Catan: Crop Trust

Catan: Crop Trust

เป็นภาคเสริมย่อยที่คาทานจับมือกับองค์กร Crop Trust องค์กรระดับโลก ที่เก็บเมล็ดพันธ์พืชอาหารของโลกไว้เพื่อกรณีวิกฤต ไม่ว่าเหตุการณ์ใดก็ตาม

กติกานี่ผมชอบมาก ย่อๆประมาณนี้

  1. Token เมล็ดพันธุ์พืช
  • เอาทะเลทรายออก แล้วใส่แผ่นข้าวเพิ่มเข้าใป … ทำให้มีข้าว 5 แผ่น
  • บนแผ่นข้าว ให้วาง “Token เมล็ดพันธุ์พืช” ลงไป
  • ทุกครั้งที่ใครทอยเต๋าได้ข้าว ใครจะหยิบการ์ดข้าว ต้องเอา “Token เมล็ดพันธุ์พืช” ทิ้งออกจากเกม
  • ถ้าบนแผ่นข้าว ไม่มี “Token เมล็ดพันธุ์พืช” จะอดได้การ์ดข้าว
  • ทุกครั้งที่ใครก็ตาม สร้างบ้าน เมือง หรือ ถนน ให้จั่ว Event ซึ่งจะทำลาย “Token เมล็ดพันธุ์พืช” … ง่ายๆ ยิ่งพัฒนา เกาะจะยิ่งเสื่อมโทรม เมล็ดพันธุ์จะหายากขึ้น
  • ถ้า “Token เมล็ดพันธุ์พืช” ชนิดไหนโดนทิ้งจนหมด จะถือว่า สูญพันธุ์
  1. สะสมเมล็ดพันธุ์พืช
  • ทำได้แค่ตาละครั้ง
  • หยิบเมล็ดพันธุ์จากแผ่นข้าวที่มีบ้านเรา เข้าไปเก็บในคลัง
  • เบิกเอาเมล็ดพันธุ์ที่อยู่ในโกดัง ออกมาหว่านปลูกในแผ่นข้าวได้
  • ไม่ได้ทำฟรีๆนะ ต้องจ่าย ไม้-หิน
  • แต่ถ้าเราสะสม เมล็ดพันธุ์ได้เยอะๆ ก็จะได้แต้มพิเศษด้วย
  1. จบเกม
  • จบ 10 แต้มตามปรกติ
  • แผ่นข้าว 3 ใน 5 แห้งแล้ง ไม่มี “Token เมล็ดพันธุ์พืช”
  • “Token เมล็ดพันธุ์พืช” สูญพันธ์ุ 2 ชนิด
  • การจบ 2 แบบหลัง คนชนะคือคนที่สะสมเมล็ดพันธุ์ได้เยอะที่สุด ไม่ใช่ แต้ม VP

เป็นภาคที่น่าสนุกมากกก ธีมดูแน่น
นั่นคือ คนเล่นจะต้องคอยบาลานซ์การเก็บเกี่ยวทรัพยากรเพื่อตัวเอง หรือ การคอยหว่านปลูกพืชผลเพื่อให้เกมเดินต่อไปได้

เกมจะเพิ่มมิติการตัดสินใจระหว่าง ทำเพื่อตัวเอง หรือ เพื่อคนอื่น

และที่สำคัญ โดยรายได้จากการขายภาคเสริมย่อยนี้ คาทานจะบริจาคส่วนนึงให้กับองค์กร Crop Trust!

ใครสนใจก็หาซื้อมาเล่นกันได้ครับ
ผมเองก็ยังไม่มี แต่อ่านกฎแล้วคิดว่า ภาคนี้เดี๋ยวจะซื้อมาสะสมแน่ๆ

The Raise of Board Games

ไปเจอกราฟน่าสนใจ เลยเอามาเล่าให้ฟัง

คือมีคนไปทำกราฟ จำนวนของบอร์ดเกมที่ผลิตขายต่อปีออกมา
สรุปจากกราฟ เราจะเห็นว่า

  • บอร์ดเกมเริ่มค่อยๆโตขึ้นตั้งแต่ปี 1950
  • จนกระทั่ง 1978 ได้มีการประกาศรางวัล Spiel des Jahres จำนวนบอร์ดเกมที่ผลิตต่อปีก็โตเร็วขึ้น จนมีจำนวนเพิ่ม 2 เท่าใน 10 ปี
  • ต่อมาปี 1995 คาทานก็เกิดขึ้นมา ซึ่งเป็น 1 ในเกมที่ทำให้ Eurogame ได้แพร่หลายเป็นหนึ่งใน Hobby ที่เป็นที่นิยมไปทั่วโลก ซึ่งหลังจากตอนนี้กราฟพุ่งหัวตั้งมาก
  • จนถึงทุกวันนี้ กราฟก็ยังพุ่งไม่หยุด ตลาดบอร์ดเกมน่าจะยังไปได้อีกไกลมากกกกกก
  • บ้านเราก็น่าจะมีศักยภาพไปได้อีกไกลเหมือนกัน ตอนนี้ก็มีหลายคนพยายามเอาบอร์ดเกมไปปรับใช้ในกิจกรรมที่หลากหลาย และ บอร์ดเกมก็เป็นที่ยอมรับมากขึ้น จำได้ว่าแต่ก่อนไม่มีใครรู้จักบอร์ดเกมเลย แต่ตอนนี้ก็มีคนรู้จักเยอะขึ้นมาก .. ตลาดยังโตได้อีก ค่อยๆเดินไปด้วยกันนะครับ

อ่านเต็มๆได้ที่ลิ้งนี้ครับ https://medium.com/@Juliev/the-rise-of-board-games-a7074525a3ec

Labyrinth – เกมเขาวงกต สุดคลาสสิค

ส่วนตัวผมเป็นคนที่มีความคลั่งใคล้ในเขาวงกตมาก สมัยเด็ก ๆ ก็ชอบวาดเขาวงกตเล่นกันกับเพื่อน โตมาพอเล่นบอร์ดเกม ถ้าเจอเกมเขาวงกตก็จะซื้อมาสะสมทันที

แล้วมันก็น่าตลกตรงที่ เกมเขาวงกตที่ผมชอบที่สุดกลายเป็นเกมเด็กชื่อ Labyrinth

เกมก็เล่นง่ายๆ คือเราจะเป็นพ่อมด แข่งกันเดินทางในเขาวงกตเพื่อไปเก็บสมบัติ

เกมจะมีแผ่น 4 เหลี่ยมเป็นรูปทางเดิน ทางตรงบ้าง ทางโค้งบ้าง แล้วไอ้แผ่นทางเดินเนี่ย มันไม่ fix ติดกับกระดาน เวลาเล่น ก็วางแผ่นทางเดินนี้ไปมั่วๆบนกระดาน … แค่นี้เราก็จะได้เขาวงกตละ

แต่ความล้ำของเกมคือ เราจะสามารถเลื่อนแผ่นทางเดินได้! โดยกันเอาแผ่นทางเดินใหม่ใส่เข้าไปในกระดาน โดยการดันเข้าจากขอบกระดานด้านนึง แล้วดันในแผ่นทางเดินทั้งแถว เลื่อนไปทั้งหมด

นั่นคือ ระหว่างที่เราเล่น ทางเดินจะเลื่อนไปมาตลอดเวลา ทำให้มันวุ่นวาย และ สนุกสนานมาก อีกทั้งยังได้การวางแผนด้วยว่าจะดันทางเดินยังไงดี

ที่ผมชอบเกมนี้มาก ก็เพราะมันได้อารมณ์ของนิทานเขาวงกตมหัศจรรย์ดีอ่ะ ที่ทางเดินขยับไปขยับมา เดินอยู่ดี ๆ มีกำแพงมากั้นซะงั้น แถมยังพอวางแผนได้ด้วย

ก็เป็นเกมที่เหมาะมากสำหรับเด็ก ๆ ครับ ผมให้เด็กๆหลายคนลองเล่น พบว่าชอบทุกคนนะ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ๆ ผมลองไปอ่านในเวปดู มีคนลองให้ลูก 5 ขวบครึ่งเล่น ก็พบว่าพอเล่นได้

ก็เป็นอีกเกมที่น่าลองเล่นในครอบครัว โดยเฉพาะช่วง Covid ครับ กติกาง่าย เล่นสนุกได้ทันดี

ปล. เชื่อมะ บอร์ดเกมแรกที่ผมลองออกแบบ ก็เป็นเกมเขาวงกต … เหอ ๆ แบบว่าคลั่งไคล้จัด ๆ

ผลโพลตลาดบอร์ดเกมหลังCovid … “เตรียมตัวรอรับการซึมยาว!” …

วันก่อนผมได้ทำโพลง่ายๆ เรื่องตลาดบอร์ดเกมหลังเปิดเมืองจาก Covid
มีหลายท่านเมตตาเข้ามาทำโพล รวมทั้งหมด 65 ท่าน

ผลก็ออกมาตามนี้ครับ
ตอนแรกจะทำ infographic ให้แหล่มๆ แต่ไปๆมาๆ ได้แค่นี้หล่ะครับ กราบขออภัย

1) ข้อมูลส่วนตัว …

1.1 จากผลพบว่า ท่านที่มีมาทำโพลเกือบทั้งหมด จะเป็นคนในวัย 22-45 ก็ประมาณว่าวัยเริ่มตั้งตัว จนถึงเกือบๆจะวัยกลางคน ซึ่งเป็นวัยที่เป็นกำลังซื้อหลักของวงการบอร์ดเกม และ ส่วนใหญ่ก็ไม่ยอมเปิดเผยว่าชอบผลไม้อะไร 555

2) ตลาดบอร์ดเกมหลังเปิดเมือง

2.1 การซื้อเกม – ครึ่งนึงบอกว่า คงกลับมาซื้อเหมือนเดิม แต่ว่า 45% บอกว่า คงจะซื้อน้อยเกมลง หลักๆก็เพราะเศรษฐกิจไม่ดี

2.2 การไปร้านเกม – ครึ่งก็บอกว่า คงกลับไปร้านเกมเหมือนเดิม แต่ว่า 1/3 บอกว่า เปิดเมืองแล้วก็ยังไม่ไป รอดูสถานการณ์ Covid ต่ออีกซักพัก แปลว่าโดยรวมเปิดเมืองแล้วร้านเกมคงยังไม่กลับมาคึกคักได้เร็วนัก

2.3 การซื้อบอร์ดเกมออนไลน์ – เหมือนเดิม! คือส่วนใหญ่บอกว่าคงจะซื้อเหมือนเดิม ไม่มากไม่น้อยลง ทั้งนี้ก็มีบางท่านบอกว่าจะซื้อมากขึ้น บางท่านก็ซื้อน้อยลง แต่จำนวนพอกัน ก็ถือว่าเจ๊ากัน

2.4 การขายเกมมือสอง – ข้อนี้น่าสนใจ เพราะว่า 35%คิดว่าเริ่มๆอยากจะขายเกมมือสอง แปลว่า ตลาดเกมมือ2 น่าจะคึกคักขึ้น อันนี้ก็ไม่รู้เหตุผลนะว่าทำไมถึงขายเกมมือ2 กันเยอะขึ้น เสียดายที่ไม่ได้ถาม เดาว่า น่าจะเป็นเพราะเรื่องเศรษฐกิจ

3) อื่นๆ

3.1 การเล่นบอร์ดเกมออนไลน์ – เหมือนเดิม ไม่ต่างจากก่อนปิดเมือง … คือ คนเล่นเพิ่ม ก็พอๆกับคนเล่นน้อยลง แถมมีอีกตั้ง 40% ที่ไม่ได้เล่นเลย … อันนี้ก็แปลกใจนิดๆ นึกว่าจะเล่นกันเยอะขึ้น

สุดท้ายนี้ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันนะครับ

Keltis – Simple but Deep

ถ้าจะหาเกมที่เล่นง่ายๆ แต่ลึก เกมนึงที่ผมเชียร์คือ Keltis
แบบว่ากติกามันง่ายมาก คือ วางไพ่ 1 ใบหน้าเรา หรือ ทิ้งไพ่ 1 ใบ แล้ว จั่วไพ่ 1 ใบ แค่นั้นเอง

ไพ่มี 5 สี มีเลข เวลาวางไพ่หน้าต้องต่อแถวสีเดียวกัน เลขไล่ขึ้นหรือลงก็ได้ แต่ไล่ได้ทางเดียว
ดังนั้นระหว่างเล่น หน้าเราจะไพ่ 5 แถว 5 สี

พอวางไพ่หน้าเราเสร็จ ก็เดิน Token บนTrack ที่สีที่ตรงกับไพ่
แต้มจะเริ่มจากติดลบ ต้องเดินไกลนิดนึงถึงเป็นบวก

กองไพ่ทิ้ง มี 5 กองตามสี หงายไพ่แล้วทิ้งทับไปเรื่อยๆ
ตอนจั่วจะจั่วจากกองจั่วก็ได้ หรือ จากกองไพ่ทิ้งใบบนสุดที่หงายอยู่ แค่นี้เอง

เริ่มเห็นความจ๊าบของมันมะ … กั๊กไพ่ คำนวนไพ่กันสนุกสิครับพี่น้อง

Tactic การจัดการไพ่บนมือนี่สนุกมาก กั๊กไพ่ อมไพ่
ทิ้งตานี้ จั่วกลับเองตาหน้า ทิ้งให้เพื่อนหยิบแล้วเราหยิบต่อ

นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเช่น มี tile แต้มให้แย่งกันเก็บ
มี Token แต้ม x2 แบบว่า ถ้าเดินได้ไกลก็ได้บวกเยอะ แต่ถ้าได้แต้มลบก็จุกไป

………………………………

อารมณ์เกม อยากจะบอกว่าเหมือนเล่นไพ่ดัมมี่มาก ที่จั่วไพ่ ทิ้งไพ่ จัดไพ่บนมือ คำนวนไพ่เพื่อน แล้วเกิดไพ่

ผมเคยท้าเซียนดัมมี่เล่นเกมนี้
แพ้ยับครับ เค้าทำได้ไงไม่รู้ เดิน Token ไปจนสุดได้ทุกแถว ซึ่งมันโคตรยาก … บ้าบอมาก

เป็นอีกเกมดีมาก แต่ทุกวันนี้อาจจะไม่ค่อยดัง และหายากนิดนึง
ถ้าใครอยากจะลองเกมที่กติกาง่ายๆ แต่ลึก แนะนำเกมนี้ครับ ลองหามาสะสมกันได้

Ra … บอร์ดเกมประมูลในดวงใจใครหลายคน

Ra เป็นเกมแนวประมูลที่สนุกมาก ออกแบบโดยท่าน Reiner Knizia
เกมนี้มีธีมเป็นยุคอียิปโบราณที่เราจะต้องแข่งกันประมูลทรัพยากรโน่นนี่

ความเด็ดของ Ra ที่หาไม่ได้เกมประมูลเกมอื่น แม้แต่ในยุคปัจจุบันคือ Ra เป็นเกมประมูลที่เล่นได้ 2 คน

…. มันบ้าไปแล้ว เกมประมูลที่เล่น 2 คนได้ แถมสนุกด้วย ….

ประวัติการออกแบบเกมนี้ก็ไม่ธรรมดา ลองอ่านบทสัมภาษณ์ของท่าน Reiner กันดูครับ

“Ra actually has a good story behind it; it was the first game I did after my retirement. Two or three weeks after my retirement I said, ‘Okay, now let’s get started.’

That’s the time, when I do a big game, that the world around me stops. I concentrate on this game and nothing else.

And since I had more time, this concentration became even more extreme. For four to six weeks I did nothing but work on this game”

อ่านดูมันเหมือนกับท่าน Reiner ได้เข้าสู่ Flow ซึ่งน่าสนใจมาก และ ทำให้ไม่แปลกใจที่ทำไมเกมถึงออกมาได้มีเอกลักษณ์ที่หาไม่ได้เกมอื่นและสนุกขนาดนี้

แนะนำให้ลองหามาเล่น และ ถ้าเป็นไปได้ก็เชียร์ให้หามาสะสมครับ
เกมนี้เป็นอีกหนึ่งเกมที่ผมลองเอาไปให้ใครเล่น ใครก็ชอบ สอนง่ายมาก เล่นซ้ำได้บ่อย

ใครชอบเกมนี้บ้าง ขอเสียงหน่อยยย

ต้นกำเนิด เกมบันไดงู

เชื่อมั้ยครับว่า เกมบันไดงู ที่พวกเราเล่นกันสมัยเด็ก ๆ นี่ เป็นเกมโบราณมากกกก

เกมนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากประเทศอินเดียโบราณ เชื่อกันว่าเกิดแถว ๆ 200 ปีก่อนคริสกาล โดยเป็นเกมของศาสนาฮินดูที่เอาไว้สอนเด็ก ๆ เรื่องหลักศาสนา ประมาณว่าการเดินทางของชีวิต ทำดีก็เหมือนขึ้นบันได ทำไมดีก็เหมือนงูฉกตกลงมา

มันน่าสนใจที่ กติกาเกมผ่านมาเป็นพันปีก็ยังเล่นเหมือนเดิม คือทอยเต๋าแล้วเดินไปเรื่อย ๆ เป็นการใช้ดวง 100% แต่แค่นี้ก็ถูกใจเด็ก ๆ มากแล้ว

ต่อมาชาวอังกฤษได้รู้จักเกมนี้ตอนยุคอาณานิคม และ นำเกมนี้ไปเผยแพร่ต่อในตะวันตก ซึ่งได้มีคนทำออกขายประมาณปี 1940

และ เกมนี้ก็เป็นที่นิยมไปทั่วโลก …

ตอนผมอ่านเจอเรื่องนี้นี่ ก็คิดต่อไปได้เยอะนะ ว่าขนาดเกมทอยเต๋าแล้วเดินไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ยังสามารถเอามาใช้สอนเด็กเรื่องหลักศาสนาแบบง่าย ๆ ได้เลย เราเล่นบอร์ดเกมกันจริงจัง ก็อดไม่ได้ที่ต้องได้แนวคิดดีๆ กันบ้างหล่ะ จริงมั้ย

Lord of the Rings (Board Game) … พระบิดาแห่งเกม Co-Op

ทุกวันนี้เกมแนว Co-Op พบเห็นได้ทั่วไป แต่เกมที่ถือได้ว่าจุดกระแสแนวเกม Co-Op ให้เป็นที่นิยมคือ เกม Lord of the Rings ที่ออกแบบโดย Reiner Knizia เกมนี้ได้ Spiel des Jahres รางวัลพิเศษ best use of literature in a game ปี 2004 เลยนะ

เกมนี้จะเรียกว่า พระบิดาแห่งเกม Co-Op ก็ได้ เพราะ เกมนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเกม Pandemic หรือ Shadow Over Camelot ที่โด่งดังในยุคถัดมา

กติกาคร่าว ๆ ทีมเราจะเล่นเป็น Hobbit ช่วยกันเอาแหวนไปทิ้ง ขณะเดียวกันก็จะมีเซารอนมาไล่จับเรา ฉากต่าง ๆ ในเกมจะเหมือนในนิยาย ทีมชนะเมื่อทิ้งแหวนได้ ทีมแพ้ถ้าโดนเซารอนจับหมด

เกมนี้ mechanic เด่นมากตามสไตล์ Renier โดยเฉพาะ Track เซารอนไล่จับ Hobbit นี่ Signature มาก หาไม่ได้ในเกมอื่น … ผมกางเกมนี้บ่อยมาก ช่วงออกแบบเกม Mind Palace เพื่อศึกษากลไก

แต่จุดที่เด่นที่สุดของเกมนี้ในสายผมคือ Feeling

คือเล่นแล้วได้อารมณ์ Hobbit ออกเดินทางมาก ไม่รู้ออกแบบได้ไง แบบว่าได้ฟีลเดินทาง ค่อย ๆ เดิน วิ่งหนีเซารอน ไต่เขาไปทิ้งแหวน คืออารมณ์มันได้จริง ๆ

แล้วที่เด็ดสุดคือ เกมนี้มันจะมีโมเมนท์ฮีโร่ที่สละชีวิตเพื่อทีม ที่หาไม่ได้ในเกมอื่น ประมาณว่า

“ไปเลยเพื่อน เราคงมาไกลสุดได้เท่านี้ ขอให้นายไปทิ้งแหวนให้สำเร็จ เพื่อมิดเดิ้ลเอิร์ธของเรา” ว่าแล้วก็หันหลังไปให้เซารอนแดกตาย

เป็นอารมณ์ที่เท่ห์มาก เกม Co-Op ที่มีจังหวะให้ผู้เล่นยอมตายเพื่อให้ทีมไปต่อ ซึ่งมันเป็นฟีลของหนังสือจริง ๆ

ว่าง ๆ ก็ลองไปหาเล่นกันได้ แต่บ้านเราเกมนี้ไม่ค่อยดัง อาจจะร้านเกมเล่นยากหน่อย เพราะเกมเก่าแล้ว แต่เกมสนุกมาก เชียร์ให้เล่นเลย

ระบบเกมอาจจะเก่าไปซักนิด แต่ต้องเข้าใจว่านี่คือเกมแรก นี่คือพระบิดาแห่ง Co-Op!

King of Siam

เป็นอีกเกมนึงที่ผมเปิดประมูลช่วย COVID-19 ไป
ซึ่งเกมนี้เป็นเกมที่พอผมรู้จักปุ๊ป ก็ตั้งเป้าว่าจะต้องหาซื้อมาให้ได้

แล้วพอเล่นก็ยิ่งชอบ ไม่ได้ชอบกลไกเกมนะ แต่ชอบการเล่าเรื่องของเกม
ก็ไม่ใช่เกมที่เล่าได้ดีที่สุด แต่เป็นเกมแรกที่ทำให้ผมได้เข้าใจเรื่องการเล่าเรื่องผ่านเกม …

คืองี้ ที่มาของเกมนี้คือ มีฝรั่งคนนึงมาทำงานในไทย แล้วสงสัยว่าทำไมไทยถึงไม่เสียเอกราชให้ตะวันตก เค้าเลยพยายามทำเกมจำลองสถานการณ์ตอนนั้นขึ้นมา

ให้ผู้เล่นเป็นคนไทย ที่จะพยายามตีกันเองแย่งดินแดน แต่ถ้าไม่มีคนชนะก็จะเสียดินแดนให้อังกฤษ เสียดินแดนมากๆเข้าก็โดนยึดประเทศ … อารมณ์ก็ ตีกันไปแต่ไม่ให้เสียเอกราช

ถามว่าสนุกมั้ย ก็สนุกดี แต่ไม่สุด …
ประมาณว่าไพ่จำกัด ทำให้เล่นแล้วผลัดแพ้ผลัดชนะ ตามดินแดนต่างๆ

จนผมได้มาค้นเจอแนวคิดตอนออกแบบ

คืองี้ ฝรั่งคนนี้จากการศึกษาของเค้า เค้าได้ข้อสรุปส่วนตัวว่า ที่คนไทยรอดมาได้นี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนิสัยของคนไทย โดยเฉพาะคำว่า “ไม่เป็นไร” นี่คือแก่นของแนวคิดคนไทย ที่ทำให้ยอมเสียดินแดนบ้างก็ได้ “ไม่เป็นไร”

แต่ฝรั่งไม่รู้จักคำว่า “ไม่เป็นไร”

เขาเลยพยายามทำเกมที่จะสอนฝรั่งเรื่องคำว่า “ไม่เป็นไร” ทำอย่างไรให้คนเล่นรู้สึกว่า ชนะหมดไม่ได้หรอก ต้องมีแพ้บ้าง “มันไม่เป็นไร”

คือมันว้าวมาก … คือแบบว่าพอได้เข้าใจการออกแบบเกมทั้งหมดของเค้า และ เข้าใจเรื่องที่เขาอยากจะสื่อแล้ว พบว่า เกมมันโอเค เมกเซ้นต์มากขึ้นเลย

ก็เลยชอบเกมนี้เป็นพิเศษ เพราะมันให้ผมเริ่มเข้าใจว่า จริงแล้วเกมมันเล่าเรื่องได้ มันเล่าได้มากว่าแค่สถานการณ์ แต่เล่าได้ถึงแนวคิด

เกมนี้ผมรักมาก 

ได้คิด จน คิดได้ ตอนที่ 3: ข้อคิดจากบอร์ดเกม

 

เป็นบทความที่ผมเคยเขียนลง http://afterword.co/blog/ ครับ

“The measure of intelligence is the ability to change” – Albert Einstein

ผมชอบเล่นหมากรุกมาตั้งแต่เด็กๆ ครับ มีความเซ็งที่เกิดกับผมเป็นประจำคือหมากรุกไทยจะโดนมองว่าเป็นของเล่นวินมอไซด์ ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นกีฬาด้วยซ้ำไป

ที่หนักคือผมเคยโดนอาจารย์ท่านนึงบอกว่าหมากรุกเป็นกีฬาชั้นต่ำ …

อันนี้ก็ว่าอาจารย์ท่านไม่ได้นะ เพราะบ้านเราคงมองหมากรุกแบบนี้จริงๆ ผมก็เกิดสงสัยว่า ทำไมหมากกระดานต่างประเทศถึงได้เป็นที่ยอมรับในของคนในประเทศเค้า เช่นว่า นักเล่นหมากรุกสากลจะได้รับการยอมรับว่าเป็นคนที่สุดยอดเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ หรือว่าที่ญี่ปุ่นเกมหมากล้อมถูกมองไปเป็นถึงขึ้นปรัชญาการใช้ชีวิต ปรัชญาการทำธุรกิจ

มันน่าสนใจนะครับ ที่ทำไมคนไทยเราไม่ได้มอง หมากรุกไทยในแง่ปรัชญาการใช้ชีวิตบ้าง ทั้งๆ ที่มันไม่ได้แตกต่างกันเลย

ผมเชื่อว่าหมากกระดานในไทยยังไม่เป็นที่ยอมรับเพราะขาด Value Added ในแง่ปรัชญาหรือในแง่ภาพลักษณ์นี่ล่ะครับ

จนกระทั่งผมได้มาเล่นหมากรุกอย่างจริงๆ จังๆ ได้รู้จักได้เป็นศิษย์ของเซียนหมากรุกไทย ซึ่งก็คือ อ. ไพศาล (เซียนบัง) เจ้าของฉายาจอมยุทธ์พันรูป ซึ่งผมเรียกท่านว่า ”จารย์บัง” ครับ สิ่งที่จารย์บังสอนผม ไม่ได้สอนแค่วิธีเล่นหมากรุก แต่สอนกระทั่งแนวคิด วิธีการใช้ชีวิต มุมมองชีวิตจากหมากรุก

(ปล. ผมไม่ได้ติดต่อจารย์บังหลังจากผมไปทำงานต่างประเทศ ทีนี้พอผมแข่งจนได้แชมป์คาทาน (The Settlers of Catan)  และ กำลังจะไปชิงแชมป์โลก ผมก็พยายามติดต่ออาจารย์อีกครั้งแต่พบว่าอาจารย์เปลี่ยนเบอร์มือถือไปละ ก็น่าเสียดายครับ ผมอยากจะไปรายงานความสำเร็จให้อาจารย์ท่านทราบ อยากจะบอกท่านว่า ผมได้แชมป์ประเทศไทยเพราะแนวคิดที่อาจารย์ทุ่มเทสอนผมเมื่อหลายสิบปีก่อน)

แนวคิดหนึ่งที่ผมปรับเอามาใช้ถึงทุกวันนี้ ผมเรียกมันว่า “สูตรเดียวสู้โลก” ….

คือว่า หมากรุกมันซับซ้อน หลากหลาย และ พลิกแพลง ทางหนึ่งที่เราจะช่วยให้เราเล่นหมากรุกได้ดีคือ มีหลักการที่ชัดเจนที่เรายึดถือไว้ ไม่ว่าใครจะมาอย่างไรเราก็ยึดหลักนี้ไว้แล้วเอามารับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลง

อันนี้จะว่าไปก็คล้ายๆ กับ เคล็ดวิชา “เก้ากระบี่เดียวดาย” ในกระบี่เย้ยยุทธจักร 555

หลักการนี้ผมก็ลองปรับเอามาใช้กับการเรียน จากเด็กเรียนงั้นๆ มาเป็นได้ 4 ทุกวิชาและเอ็นท์ติดวิศวฯ จุฬาฯ แล้วก็ยังใช้หลักการนี้มาปรับใช้ในการเรียนวิศวฯ จนถึงการทำงานเป็นวิศวกรทุกวันนี้

คือ ผมจะไม่เป็นคนที่จำทุกอย่าง แต่ชอบที่จะเสียเวลามาหาหลักการใจความของเรื่องที่กำลังทำ แล้วยึดมันไว้เป็นแก่น พอมีเรื่องราวปัญหาอะไรเกิดขึ้น เราก็ไม่ต้องไปสนใจในความซับซ้อนสับสน และหันมาดูที่หลักการ แล้วหาวิธีแก้ไขปรับปรุงให้ตรงจุด

ฟังดูง่ายใช่มั้ยครับ แต่ผมกลับเห็นว่า หลายๆ คนลืมประเด็นนี้ไป เวลาทำงานจริงๆ แต่จะว่าไปแล้วสิ่งที่สำคัญมากที่ผมได้มาจากจารย์บัง ไม่ใช่แค่แนวคิดจากหมากรุก แต่คือ การสร้างแนวคิดให้ตัวเอง เราสามารถจะหาข้อคิดและมุมมองได้จากสิ่งที่เราเข้าไปทำ

แต่ก็แปลกนะครับเพราะมันได้กลายเป็นนิสัยของผมไปแล้ว กับการเก็บเรื่องต่างๆ ที่ทำมาเป็นข้อคิดส่วนตัว ซึ่งปรกติก็ไม่พูดให้ใครฟังหรอกครับ ผมชอบเก็บมันเงียบๆ ไว้ในใจ อย่างมากก็เล่าแลกเปลี่ยนให้คุณภรรยาฟัง

จนไม่นานมานี้ เมื่อผมมาได้เล่นเกมคาทาน (The Settlers of Catan) ครับ …แนวคิดมุมมองมันพรั่งพรูออกมา แต่ละเกมที่ผมเล่น เหมือนผมได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ตลอดเวลาและได้ข้อคิดอะไรออกมาเรื่อยๆ ซึ่งมันแปลกและมันน่าสนใจมากครับ

แนวคิดที่สำคัญมากที่ผมได้จากการเล่นคาทานคือ Flexibility คือ ผมพึ่งมาตระหนักว่าการวางแผนที่ชัดเจนนั้นคือการวางแผนที่มี Flexibility

คือพอผมโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ผมเริ่มเข้าใจว่าจริงๆ แล้วชีวิตเรามันไม่ Solid แต่มัน Dynamic มันมีหลายๆ อย่างที่เราไม่รู้ เราไม่เห็น เราคาดเดาไม่ได้ ดังนั้นเราต้องวางแผนให้ชัดเจนมากพอแต่ก็ต้องยืดหยุ่นมากพอเช่นกัน …

ถามว่า เท่าไรถึงจะเรียกว่าพอดี อันนี้มันเป็นศิลปะแล้วครับ มันบอกเป็นสูตรสำเร็จไม่ได้ … ถ้าอยากจะฝึกตรงนี้ แนะนำให้เล่นคาทานเลยครับ เกมนี้จะฝึกให้คุณได้หัดการวางแผนแบบมี Flexibility ได้อย่างถึงกึ๋น 😀

แนะนำบอร์ดเกม ผมเคยทำคลิปสอนเล่นเกมคาทานไว้ ลองเข้าไปดูได้ครับ เพื่อจะได้ไอเดียว่าเกมนี้มันเป็นยังไง ทำไมมันถึงได้เป็นเกมที่ดีและโด่งดัง