Gamification เกมมิฟิเคชัน จูงใจคนด้วยกลไกเกม

ตื่นเต้นๆ ได้จับหนังสือตัวเองแล้ว
เขียนอยู่เป็นปี ออกมาก็บางกว่าที่คิดแฮะ

.

ที่มาของเล่มนี้คือ เริ่มเมื่อเกือบสิบปีก่อน เราก็เล่นบอร์ดเกมเยอะ แล้วก็สนใจว่าเกมเอาไปทำอะไรได้บ้าง ก็เลยได้เจอกับ Gamification แบบว่าเฮ้ยเจ๋งดี
ทีนี้ก็หาหนังสือมาอ่าน จนไปลงเรียนคอร์สเกี่ยวกับเรื่องนี้

พอเวลาผ่านไป ได้เริ่มทำเพจนี้ ซึ่งบางทีว่างๆก็เล่าเรื่อง Gamification บ้าง จนมาถึงวันนึงแถวๆปี 2018 ก็รู้สึกว่าเรื่องมันน่าจะเป็นกระแสสำคัญในอนาคตนะ น่าจะเป็นเรื่องคนจะพูดถึงและเอามาใช้กัน เหมือนพวก Lean, Agile, Design Thinking

ก็เลยเริ่มเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้เพื่อนที่งานฟังแบบจริงจัง เริ่มไปสอน นำเสนอโปรเจค ก็มีคนบอกว่า น่าจะมีหนังสือไทยเรื่องนี้บ้าง จริงๆก็เคยหนังสือเรื่องแนวนี้มาก่อนบ้าง แต่มันหาไม่ได้ง่ายๆ ก็เลยคิดต่อว่าน่าจะมีคนแปลหนังสือฝรั่ง

ทีนี้ก็เริ่มคิดเล่นๆว่าจะแปลเองดีมั้ย ก็ลองไปปรึกษาพรรคพวกที่เคยเขียนหนังสือ ก็ได้มาหลายไอเดีย หนึ่งในนั้นคือเขียนเอง

ที่เขียนเองก็เพราะ เราอยากได้หนังสืออ่านสบายๆ เห็นภาพรวมกว้างๆของ Gamification ให้คนทั่วไปที่ไม่รู้จัก ไม่ได้เล่นเกม ได้เห็นภาพกว้างตรงนี้ เห็นประโยชน์ โดยไม่ต้องลงลึกไปจนถึง UX/UI หรือ ออกแบบจริงจัง

ก็ลองร่างๆเล่นๆดูว่าถ้าเขียนจะเป็นไง

จนมาวันนึง ได้ไปเป็นกรรมการงานออกแบบบอร์ดเกม ปั้นกระดาน#2 ของ Lanlalen ลานละเล่น ได้เป็นกรรมการร่วมกับพี่ยุ้ย Fringer on Board Games ก็เลยไปลองปรึกษาดู ซึ่งพี่ยุ้ยก็บอกว่า น่าสนใจ ให้ลองเขียนส่งสำนักพิมพ์ Saltread เลย

สนุกมาก ระหว่างเขียนได้เรียนรู้อะไรเยอะมากเลย เชื่อมะ เล่มแค่นี้เขียนอยู่ 1 ปีเต็มๆ นอนตีสองเป็นว่าเล่น เพราะตอนนั้นลูกยังอ่อนและมีงานประจำทำ เขียนๆ แก้ๆ แล้วก็ให้คุณภรรยาช่วยอ่าน ซึ่งเค้าแนะนำได้เยอะมาก ว่าคนที่ไม่ได้เล่นเกมจะอ่านรู้เรื่องมั้ย งงมั้ย พอส่งไปให้บก. ก็มานั่งลุ้นว่าบก.จะว่าไงบ้าง ปรากฎได้คอมเม้นท์มาเพียบ ก็นอนตีสองต่อไปอีก

จนสุดท้ายก็ได้มาเป็นเล่มอย่างที่เห็นทุกวันนี้

ก็พอใจนะ เพราะเจตนาคือ อยากให้คนไม่เล่นเกม อ่านแล้วเข้าใจ เห็นภาพกว้างว่า Gamification คืออะไร แล้วถ้าพอใครสนใจทำแล้วก็สามารถไปจ้างมืออาชีพมาทำต่อได้เลย แต่อย่างน้อยคุณก็ได้เข้าใจแล้วว่าคืออะไร ไม่ใช่คิดว่า ทำเกมตอบคำถามชิงรางวัลก็เป็น Gamification แล้ว

.
สุดท้ายก็ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนด้วยนะครับ
ส่วนตัวผมนี่ อยากบอกว่าการเขียนหนึงสือเล่มนี้ได้เรียนรู้อะไรเยอะมากๆจริง

ท่านใดอ่านแล้ว ดีไม่ดียังไง ติชมได้เลยนะครับ

………………………………………

FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86


……………………………………….

ความเป็นมาของคำสยาม, ไทย ลาว และขอม

ความเป็นมาของคำสยาม, ไทย ลาว และขอม

เล่ม14

อ่านแล้วเหมือนดูหนังเรื่อง Tenet ที่มึน ไม่รู้เรื่อง แต่สนุกมากกก
ไม่เคยอ่านหนังสืออะไรที่ อ่านแล้วไม่รู้เรื่องได้ขนาดนี้ แต่กลับสนุกได้ขนาดนี้

เหมือนเป็นเด็กน้อย ที่ไม่เข้าใจว่าผู้ใหญ่คุยอะไรกัน แต่ก็นั่งฟังด้วยความเพลิดเพลิน

.

ขอเล่าประวัติก่อน หนังสือนี้เป็นการค้นคว้าวิจัยของ จิตร ภูมิศักดิ์โดยใช้เวลาเขียน 7 ปีตอนอยู่ในคุก ซึ่งเมื่อเขียนเสร็จแล้ว ก็ส่งต้นฉบับให้เพื่อน คุ้นๆว่า บอกว่า มีโอกาสก็ให้ตีพิมพ์ หรือ ช่วยค้นคว้าต่อเพิ่มเติม ใครรู้เกล็ดประวัติศาสตร์ตรงนี้ ช่วยคอนเฟิร์มด้วยนะครับ

แต่พอเพื่อนอ่านก็ตัดสินใจ ใส่กล่องฝังดินไว้เป็นเวลานับ 10 ปี จนหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 จึงมีการขุดขึ้นมาตีพิมพ์ โดยถูกตีพิมพ์ครั้งแรก 5,000 เล่ม ซึ่งเยอะมากกกกก แต่ส่วนใหญ่ถูกเผาทิ้งทำลายในสมัยธานินทร์ กรัยวิเชียรเป็นนายกรัฐมนตรี

แต่เมื่อเวลาผ่านไป … หนังสือเล่มนี้ก็ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน

ถือว่าเป็นหนังสือที่มีประวัติ โหดจัดๆเลยทีเดียว

.

หนังสือเกี่ยวกับอะไร ทำไมประวัติมันถึงได้โหดขิงๆขนาดนี้

เพราะหนังสือเล่มนี้ ได้เสนอมุมมองถึงที่มาคำว่า “สยาม” “ไทย” เป็นต้น ซึ่งเป็นการท้าทายความเชื่อเรื่องที่มาของประเทศเรา …

วันนี้อาจจะไม่ใหม่ แต่วันนั้นถือว่าแรงมาก

.

คือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ว่าด้วยนิรุกติศาสตร์ (การเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ของภาษา) โดยจิตรพยายามค้นคว้าว่า คำว่า ”สยาม” “ไทย” นี้มีที่มาจากอะไร มันประวัติความเป็นยังไง

ใจความคือ จิตรสรุปว่า “ไทย” เป็นคำใช้เรียกตัวเอง ในขณะที่ “สยาม” เป็นคำที่ชนชาติอื่นเรียกเรา

ซึ่งจิตรย้อนกลับไปถึงว่า ชนชาติต่างๆที่เรียกเราว่าสยามเนี่ย เค้าเรียกเราเป็นภาษาถิ่นว่าอะไร ไม่ว่าจะเป็นพม่า ลาว ชาวเผ่าต่างๆ ภาษาจีน คือจิตรขุดไปไกลมาก ไกลจนเกินขอบเขตความรู้ผมจะเข้าใจได้ เพราะจิตรได้วิเคราะห์ภาษาเผ่า ภาษาเชื่อชาติต่างๆ ไปยันการผันเสียง

เท่านั้นไม่พอ ยังมีการไปศึกษาถึงวรรณกรรม เรื่องเราของชนชาติต่างๆ มีการโยงประวัติศาสตร์ ว่าใครเกิดอะไรขึ้น ในยุคต่างนั้นภาษาได้วิวัฒนาการไปอย่างไร

ประมาณว่าถ้าเป็นสนามหญ้า จิตรก็ถางหญ้าไปกว้างมากกกกก แล้วแต่ละหน้าก็ขุดลงไปลึกด้วย

อ่านแล้วรู้เลยว่าคนนี้นี่นักคิดนักปราชญ์ตัวจริง … ซึ่งงานเขึยนนี้ก็เห็นมีคนบอกว่าไม่ถูกต้องทั้งหมด ซึ่งก็ไม่แปลก มันเป็นงานวัจัยที่ควรต่อยอดกันมาเรื่อย

.

สรุปว่า แนะนำให้อ่านมั้ย เอาจริงก็บอกว่าไม่ขนาดนั้น หนังสือเขียนดีมากนะ โคตรดีเลย แต่ไม่มีพื้นด้านภาษาเลยแบบผมก็จะแบบว่า งงๆหน่อย แต่ถ้าจะเอาเอามุมประวัติศาสตร์ อยากศึกษาผลงานของจิตร หรือ ชอบเรื่องเรื่องแนวนี้ เล่มนี้ห้ามพลาดครับ

………………………………………

FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86


……………………………………….

SOAR

SOAR

เล่มที่ 13

เป็นหนังสือว่าด้วยการออกวางแผนกลยุทธ์
ซึ่ง SOAR เนี่ยก็ได้ยินคนพูดมาถึงนานละ พร้อมทั้งบอกว่า ดีกว่า SWOT

ก็ได้ลองอ่านตามเว็ป รวมถึงปรึกษาผู้รู้ สุดท้ายก็เลยซื้อหนังสือเล่มนี้มาลองอ่านเอง
.
โดยประกอบมาจากตัวอักษร 4ตัว ย่อมาจาก
S – Strenghts คือ การวิเคราะห์จุดแข็งขององค์กรเราว่าคืออะไร มีความได้เปรียบได้ด้านไหนบ้าง
O – Opportunities คือ การมองหาโอกาส ว่า ธุรกิจของเรามีโอกาสอะไรบ้างที่รออยู่ หรือ ซ่อนอยู่ รวมถึงมองว่า Stakeholder ของเรานั้นเค้าอยากให้เราทำอะไร
A – Aspirations คือ เป้าหมายท่ีองค์กรของเราอยากจะไปถึง ซ
R – Results คือ ผลลัพธ์ เป็นตัวชี้วัดว่าเราบรรลุเป้าหมายหรือยัง
.
ควาามดีงามของ SOAR คือ จะเอาหลักคิดเรื่อง Positive Psychology และ Appreciative Inquiry อันนี้แก่นของ SOAR เลย

คืองี้ ในการวางแผนธุรกิจ ในบางครั้งเราจะกังวลกับพวกจุดอ่อนหรือปัญหามากเกินไป จนมองไม่เห็นโอกาสท่ีเกิดขึ้น (อันนี้จริง ถ้าใครเคยทำแผนกลยุทธ์อาจจะพอคุ้นๆ)
แนวคิดของ SOAR ก็เลยพลิกนิดนึง ว่าลองคิดดูว่า ในปัญหามีโอกาสอะไรบ้าง ในจุดอ่อนมันมีจุดแข็งอะไรบ้าง ซึ่งพบว่า พอพลิกมุมคิด แล้วสามารถทำให้ Strategic Dialogue มันไปต่อได้มากกว่า

นั่นเลยเป็นเหตุทำให้ ใน SOAR ไม่ได้มี W&T (Weaknesses & Threat)
จริงๆแล้วบอกว่าไม่มีไม่ได้ ต้องบอกว่า เราได้มอง W&T แล้ว แต่พลิกเป็น S&O
.
ถาม SOAR ดีกว่า SWOT มั๊ย?

ส่วนตัวผมว่าเทียบกันไม่ได้ เพราะ SWOT คือ Framework ในการประเมินตัวเอง ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก ซึ่งถ้าจะทำให้ครบ มันก็ต้องทำ TOWS ด้วย
ในขณะที่ SOAR มันจะเป็นเหมือน Process มากกว่า เพราะ ลากยาวไปจนถึง Result ที่อยากวัดผล

งั้น SOAR ก็ครบกว่า SWOT สิ?
ก็คงบอกแบบนี้ไม่ได้ เพราะ มันคนละเรื่องกัน ทางที่ดีควรเอามาเสริมกัน หรือ เลือกใช้ตามความต้องการจะดีกว่า

SOAR เหมาะกับใคร
จริงๆองค์กรไหนก็ใช้ได้นะ แต่หนังสือบอกว่า เหมาะกับองค์กรที่อยากจะมองหาไอเดียใหม่ๆ หรือ พวก Startup
.
สรุป ใครทำงานด้านวางแผนกลยุทธ์ก็ลองอ่านได้ หรือ ไปหาที่เค้าสอนกันตามเวปก็ได้ หนังสือเล่มนี้บางๆ เขียนใจความไว้ครบถ้วน
ส่วนตัวนี่ก็คิดว่าจะไปลองใช้ SOAR ดูเหมือนกัน ที่สำคัญกำลังสนใจการปรับเอาแนวคิด Positive Psychology และ Appreciative Inquiry ไปลองใช้ด้วย

ปล. ขอบคุณคุณม่อนแห่ง GAME LAB Thailand มาก ผมโทรไปขอความรู้เรื่องนี้ ก็เมตตาตั้งใจสอนผมอย่างจริงจัง 😀

………………………………………

FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86


……………………………………….

Zooloretto

Zooloretto

เกมดีระดับ แชมป์ Spiel des Jahres 2007 ที่มีระบบเกมเป็นเอกลักษณ์ เล่นง่ายมาก ออกได้ได้ชาญฉลาด เพราะ Down Time ต่ำ และ High Player Interaction

ถืออีกเกมที่ถือได้ว่า Simple but Deep และ ส่วนตัวผมยกให้เป็นหนึ่งใน Family เกมที่ดีที่สุด
.
ธีม เราเป็นคนจัดสวนสัตว์ ต้องหาสัตว์ชนิดต่าง เข้ามาเก็บไว้ในสวนสัตว์เรา ใครจัดสวนสัตว์ได้อลังการกว่ากัน ชนะ
.
กติกาคร่าวๆ

หนึ่งตาเรามีให้เลือกทำได้แค่ 3 อย่างคือ

A.) จั่วสัตว์

  • คือสุ่มหยิบไทล์สัตว์มาหนึ่งตัว แล้ว เอาไปวางบนรถ
  • รถ 1 คันมีช่องใส่ได้แค่ 3 ช่อง ถ้ารถเต็มแล้วต้องไปใส่คันอื่น และ ถ้ารถทุกคันเต็ม ห้ามทำ action จั่วไทล์สัตว์ ง่ายๆ
  • แต่มันก็จะมีไทล์ร้านค้า ไทล์เงิน ปนๆมาด้วย ก็เอาไปวางบนรถเช่นกัน

B.) หยิบรถ

  • คือการหยิบรถ ที่สัตว์อยู่ข้างบน หยิบคันไหนก็ได้ แม้ว่าจะมีไทล์เดียว
  • สัตว์ที่ได้มา ก็เอาไปวางในกรง ซึ่งกรงนึงใส่ได้ชนิดเดียว ห้ามผสม เดี๋ยวกัดกัน
  • ส่วนร้านค้าก็ไปวางในช่องร้านค้า
  • แต่ถ้าสัตว์ไม่มีที่ลง ให้มาเก็บไว้ในโรงเลี้ยงสัตว์
  • ที่นี้สัตว์มีตัวผู้ตัวเมียด้วย ถ้าเราสามารถจัดให้มีครบทั้งสองเพศ มันจะออกลูก 555
  • ทีนี้ถ้าใครหยิบรถแล้ว จะถือว่าจบการเล่นของตัวเองรอบนี้ไปเลย แปลว่า ใน 1 รอบ ทุกคนจะหยิบได้แค่คันเดียว

C.) ใช้เงิน

  • สามารถใช้เงินในการ ขยายสวนสัตว์, สลับสัตว์ระหว่างกรง หรือ โรงเลี้ยงสัตว์ และ ใช้เงินซื้อสัตว์ จากโรงเลี้ยงของเพื่อน หรือ ทิ้งสัตว์จากโรงเลี้ยงของเราออกจากเกม

จบรอบ

  • พอทุกคนหยิบรถแล้ว ก็เริ่มเล่นรอบใหม่
  • เล่นซ้ำเป็นรอบๆไปเรื่อยๆ จนจบเกม

นับแต้ม

  • ก็ไปดูแต่ละกรง มันจะมีเขียนไว้ว่า ถ้าวางเต็มกรงได้กี่แต้ม ถ้าขาด 1 ช่องได้กี่แต้ม แต่ถ้าขาดมากกว่า 1 ช่อง ต้องดูว่ากรงคุณมีร้านค้ามั้ย แบบว่าสัตว์ไม่เยอะ แต่มีร้านค้าดึงดูด ก็จะได้สัตว์ตัวละแต้ม … แต่ถ้าร้านค้าก็ไม่มี จะไม่ได้แต้มเลย
  • แล้วก็ไปหักแต้มจากสัตว์ในโรงเลี้ยง ประมาณว่าเป็นค่าเลี้ยงดู
    .
    สรุป

เกมง่ายมาก หลักๆก็แค่ จั่วไทล์มาวางบนรถ หรือ จะหยิบรถ แล้วเอาไทล์มาจัดสวนสัตว์

ความลุ้นของเกมนี้ก็จะเป็น ต้องตัดใจระหว่างจะหาไทล์ที่เราต้องการ แต่มีสิทธิ์ที่เพื่อนจะขโมยไป หรือ ว่าจะเอาเท่าที่มีตรงหน้า

คืองี้เล่าให้ฟังหน่อย แม่ยายผมเป็นคนไม่ชอบเล่นเกมไม่ชอบคิดมาก แต่เกม Zooloretto เป็นเกมเดียวที่แม่ยายผมชอบเล่น หัวเราะเอิ้กอ้าก เพราะตัวกติกามัน simple จัดๆ

และเพราะเป็นเกมที่ทำให้แม่ยายผมชอบได้ ผมเลยยกให้หนึ่งในสุดยอด Family Game ครับ


………………………………………

FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86


……………………………………….

Acquire

Acquire

โคตรเกมเก่าในตำนาน ของปรมาจารย์ Sid Sackson
ถามว่าเก่าขนาดไหน เกมนี้ออกมาตั้งแต่ยุค 1960 โน่น

ความดีงามของเกมนี้คือ เล่นง่าย กติกาง่าย แต่ตบตีกันเละเทะ

และที่ถือว่าล้ำมากคือ สิ่งที่ถูกสร้างบนกระดานไม่มีเจ้าของ ถือว่าทุกคนที่เล่นมีสิทธิ์เป็นเจ้าของร่วมกัน
.
ธีมคร่าวๆ เราแข่งกันซื้อหุ้นกิจการโรงแรม ซึ่งโรงแรมต่างๆมันจะมีการควบรวมกิจการ ประมาณว่า เกมแห่งทุนนิยมว่างั้น
.
วิธีเล่นคร่าวๆ

ในหนึ่งตาเราทำได้สองอย่างคือ วางไทล์ กับ ซื้อหุ้น

1) วางไทลด์
คือการเอาไทล์สี่เหลี่ยมบนมือ ไปวางบนกระดาน ถ้าไทล์ต่อกันสองอันขึ้นไป จะถือว่ามีกิจการโรงแรมเกิดขึ้น คนวางเชื่อมเลือกได้ว่าจะเอาโรงแรมอะไร และ ได้หุ้นโรงแรมนั้นมา ข้อหาเป็นผู้ก่อตั้งกิจการ

2) ซื้อหุ้น
เรามีสิทธิ์ซื้อหุ้นได้สูงสุด 3 ใบ ซื้อหุ้นโรงแรมไหนก็ได้ ที่เกิดขึ้นแล้วบนกระดาน โดยที่ราคาจะมีตารางคู่มือบอกอยู่ แต่หลักๆก็ ยิ่งโรงแรมขนาดใหญ่ ก็จะยิ่งราคาแพง

“การควบรวมกิจการ”
ทีนี้ยิ่งเล่นไปแต่ละโรงแรมมันก็จะยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ถ้า 2 โรงแรมเชื่อมกัน จะเกิดการควบรวมกิจการ โรงแรมขนาดเล็กว่า จะโดยโรมแรมใหญ่ยึด

ผู้ถือหุ้นอันดับ 1&2 ของโรงแรมเล็กจะได้เงินโบนัส และ ผู้ถือหุ้นทุกคนมีสิทธิ์เลือกระหว่าง 1) ขายหุ้นโรงแรมเล็ก(ที่โดนรวบไป)ในราคาตลาด 2)เอาหุ้นโรงแรมเล็กไปแลกหุ้นโรงแรมใหญ่ 3) ถือใบหุ้นต่อไป

แต่ถ้าโรงแรมไหนมีขนาด 11 ช่องขึ้นไป ห้ามโดนยึด

เกมจบเมื่อ ทุกโรงแรมในกระดานมีขนาด 11 ช่องขึ้นไป หรือ มีโรงแรมนึงใหญ่จัด ขนาด 41 ช่องขึ้นไป

ให้ทุกคนขายใบหุ้นในราคาตลาด ผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 1&2 ของแต่ละโรงแรมได้โบนัส …​ใครมีตังค์เยอะสุด ชนะ
.
กติกาง่ายดีมะ แค่นี้เอง

โดยรวมเกมนี้ก็คือพยายามหาจังหวะซื้อโรงแรมตอนขนาดเล็กๆ ปั้นให้โต แล้วปล่อยให้มันโดนยึด

การโดนยึดที่สำคัญนะ เพราะทางเดียวที่จะหาเงินมาใช้ได้ในเกมนี้คือ กิจการเราต้องโดนยึด บางคนวางแผนไม่ดี เงินหมด กิจการก็ไม่โต ขายก็ไม่ออก เงิบไปทั้งเกม

และเนื่องจากเป็นเกมเก่า มันเลยมีความ Cut Throat สูง เฉือดเฉือนแย่งชิงจังหวะ และ มีการลุ้นดวงว่าจะจั่วได้ไทล์ที่ต้องการมั้ย รวมถึงการเจรจากันของผู้เล่น ว่าจะร่วมมือ หรือ ต่อรองกันยังไง

ถือว่าเป็นเกมเก่าที่ครบเครื่อง มีจังหวะควรลองเล่นซักครั้งครับ

………………………………………

FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86


……………………………………….

Snowball Effect

Snowball Effect

คำนี้แปลว่า การกระทำที่ส่งผลทวีคูณมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนก้อนหิมะกลิ้งลงจากเขา ตอนแรกก้อนเล็ก แต่พอเวลาผ่านไป ก้อนจะใหญ่มากขึ้น จนสุดท้ายไม่มีใครหยุดได้

.

Snowball Effect ต้องระวังในการออกแบบเกมนะ เพราะมันอาจทำให้เกมไม่สนุกได้

เนื่องจากคนได้เปรียบ ก็จะยิ่งเล่นยิ่งได้เปรียบ ขณะที่คนเสียเปรียบก็จะยิ่ง “ถูกทิ้ง” ให้ห่างขึ้นเรื่อยๆ แบบว่ามันน่าเบื่อ

Snowball Effect มักจะเกิดกับเกมที่ Resource กับ Vitocry Point เชื่อมโยงถึงกัน

เช่น เกมเศรษฐี ที่ Resource คือ เงิน และ Vitory วัดกันที่ใครมีเงินไล่ซื้อช่องต่างๆได้มากกว่ากัน พอมีคนนึงเริ่มรวยซื้อที่ได้หลายช่อง ก็จะยิ่งหาเงินได้มากขึ้น สุดท้ายคนอื่นก็ “ถูกทิ้ง” ไล่ไม่ทัน

การออกแบบเกมป้องกันก็เช่น พยายามไม่ให้ Resource เชื่องโยงโดยตรงกับ Victory Point หรือ ใส่สิ่งที่เรียกว่า Rubber Band Effect ลงไป (กลไกเกมที่จะ Slowdown คนนำ และ ส่งเสริมคนตาม) หรือ ตัดจบเกมก่อนที่ Snowball Effect ส่งผลมากเกินไป

.

การเปิดประเทศจากโควิดก็เช่นกัน

ทุก 1 เดือนที่ล่าช้า ไม่ได้หมายความว่า ประเทศจะฟื้นตัวช้าลง 1 เดือน แต่เป็น Snowball Effect ที่อาจจะยิ่งต้องการหลายเดือนหรือหลายปีมากขึ้นในการฟื้นตัว

ทุกเดือนที่ผ่านไป คือลมหายใจหลายๆธุรกิจที่ค่อยๆหมดลง ยิ่งนานจะยิ่งล้มมากขึ้น การจ้างงาน และ สภาพคล่องในประเทศจะยิ่งหดหายไป ไม่ใช้เส้นตรง แต่เป็น Exponential

ขณะที่ตอนนี้ชาวโลกค่อยๆฟื้น เริ่มจับจ่ายใช้สอย และ มีการลงทุน ทำให้ราคาต้นทุนต่างๆในโลกเริ่มขึ้น ค่าขนส่งเพิ่มขึ้น สินค้าเริ่มแพงขึ้น

ก็มีความเสี่ยงที่เราจะเกิดสภาวะ เงินฝืด อัตราว่างงานสูง ในขณะที่ราคาสินค้าแพงขึ้น

ปรากฏการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้เรียกว่า Stagflation … ​แต่ก็ยังไม่เกิดหรอก เป็นความเสี่ยงที่มีหลายคนพูดถึง

แล้วถามว่าเวลา ต่างชาติจะเริ่มกลับมาลงทุน เค้าจะหันไปที่ไหน … ก็ไปที่ไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่ประเทศที่ยังไม่พร้อม …​ แปลว่า เม็ดเงินมันจะยิ่งไหลไปทางอื่น ประเทศที่เม็ดเงินไปลง ก็ยิ่งฟื้นไวขึ้นอีก ประเทศที่พร้อมช้า ก็ยิ่งฟื้นช้า

เวลามีค่า ทุกเดือนเราล่าช้าไป Snowball จนอาจหมายถึงหลายปีในการฟื้นตัว

ถ้ารัฐเห็นว่าเวลามีค่าจริง คงไม่ดำเนินนโยบายแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

.

เป็นกำลังใจให้ทุกท่านนะครับ

………………………………………

FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86


……………………………………….

2500 สฤษดิ์-เผ่า เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด

2500 สฤษดิ์-เผ่า เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด

เล่ม 12

หนังสือว่าด้วยประวัติ การขับเคี่ยวกันของ สฤษดิ์กับเผ่า
โดยไม่ได้เล่าตรงๆ แต่จะเล่าประวัติศาสตร์ในตอนนั้น แล้วก็แทรกด้วยว่า ทั้ง 2 คนนี้เป็นเสี้ยวไหนของประวัติศาสตร์
เราจะเห็น 2 คนนี้ค่อยๆเลื่อนยศ … จนกระทั่งถึงวันที่ทั้ง 2 คนได้มายืนโลดแล่นเป็นตัวเด่น ที่คนจดจำอย่างทุกวันนี้

.

การเขียนแปลกดี เพราะจะมีการแทรก พวกเรื่องเล่าลงไปด้วย
เรื่องเล่าจริงๆ เล่าเป็นนิยายเลย เช่นแบบ คนนั้นไปคุยกับคนนี้ แทนที่จะเล่าว่าคุยกันเฉยๆ ก็บรรยายประมาณนี้

“บุรุษร่างใหญ่ในเครื่องแบบพลตำรวจตรี นั่งตาถลนเอากับผม คือเจ้าของเสียงนั้น นัยน์ตาที่จ้องมองผมนั้นแทบว่าจะทะลุออกนอกเบ้า”

จะว่าไปก็อ่านสนุกดี แต่พอหลายๆครั้งเข้า ก็อ่านข้ามๆไป เพราะไม่ได้อยากอ่านนิยายขนาดนั้น

.

ก็เป็นหนังสือประมาณเรื่องเล่า เกร็ดประวัติศาสตร์ ไม่วิเคราะห์ลึก การเชื่อมโยง หรืออะไรมาก
อ่านแล้วเลยรู้สึกเบาๆ ไม่อ่านยากมากเหมือนที่คิด

ท่านใดชอบพวกเกร็ดประวัติศาสตร์ รายละเอียดปลีกย่อยที่ไม่ค่อยมีคนเล่ากัน ก็มาอ่านเล่มนี้ได้ครับ
แต่ถ้าท่านใดเป็นชอบอ่านแนวนี้อยู่แล้ว ก็อาจจะไม่ได้มีอะไรใหม่มากนัก

………………………………………

FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86


……………………………………….

Twilight Struggle

Twilight Struggle

หนึ่งในเกมเล่น 2 คน (n=2) ที่ดีที่สุด ที่ถ้ามีจังหว่ะก็อยากให้ลองเล่นกันครับ

ก็เป็นอีกเกมที่โด่งดังมากในวงการบอร์ดเกม อันดับก็สูง มาจากกลุ่มคนโหวต มากกว่า 2 คน

ทั้งนี้ก็เพราะ ความแน่นของธีมที่สมจริง ระบบเกมที่สร้างสรรค์ เกมต้องใช้ Strategy วางแผนกันจริงจัง เล่นเป็นชม.ๆ
.
ธีมคร่าวๆ

เกมจะว่าด้วยยุคสงครามเย็น ผู้เล่นจะแบ่งเป็น 2 ฝั่งคือ อเมริกากับโซเวียต ซึ่งหน้าที่ของเราจะต้อง สร้างอิทธิพลในประเทศต่างๆบนโลกให้มาอยู่ข้างเรา

ซึ่งระหว่างเล่นก็จะเกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองตามมุมต่างๆในโลก (แน่นนอน เราคือคนบงการ)

จบเกมใครมีอิทธิพลทั่วโลกมากกว่ากันคนนั้นก็ชนะ
.
แต่ว่า มันยังมีสิ่งอื่นให้ทำในเกมคือ การส่งคนไปดวงจันทร์

คือนอกจากจะตีกันแล้ว เรายังแข่งกันพัฒนาเทคโนโลยีทางอวกาศด้วย ซึ่งยิ่งพัฒนาก็จะยิ่งทำให้เรามี ability ในการเล่นที่ดีขึ้น (ประมาณว่า high tech)

และเราจะตีกันไปเรื่อยๆ อย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องระวังไม่ให้เกิดสงครามนิวเคลียร์

แบบว่าเราต้องไม่ทำให้โลกตึงเครียดเกินไป และ ใครทำให้เกิดสงครามนิวเคลียร์ ผู้เล่นคนนั้นจะแพ้ทันที เพราะโลกจะล่มสลาย
.
ความเจ๋งอันนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเกมนี้เลยคือระบบ Victory Point ที่ว่าใครถึง 20 แต้มก่อนชนะเลยไม่ต้องรอให้จบเกม

แต่เกมนี้จะเป็นค่าอิทธิพล ที่เป็นชักคะเย่อ เช่น เมกามี 5 แต้ม พอโซเวียดทำได้ 3 แต้มก็จะเป็นเมกาเหลือ 2 ทำนองนี้ แลั โซเวียตต้องทำแต้มเพิ่ม จนคะแนนมันเหวี่ยงกลับมาข้างตัวเอง

จะมองอีกอย่างก็เหมือน ส่วนต่างคะแนนก็ได้ ตาราง Tracking คะแนน มันจะบอกว่า เรานำเพื่อนเท่าไหร่ ไม่ใช่เรามีแต้มเท่าไหร่

.

ความดีงามสุดท้ายที่ชอบมากคือ การ์ด

การ์ดแต่ละใบจะเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในโลก ซึ่งหลายๆอันถ้าไม่ได้เป็นคนศึกษาตรงนี้จะไม่รู้ไม่คุ้นเคย ซึ่งส่วนตัวผมชอบมาก

เพราะระหว่างเล่นจะเหมือนได้อ่านหนังสือตลอดดูเวลา และ หลังเล่นบางทีก็จะไปค้นเพิ่มว่า ไอ้เหตุการณ์นั้นๆในไพ่มันมีเรื่องราวยังไงบ้าง

และที่ชอบอีกอย่างคือ เล่นเกมนี้ผมจะชอบจินตนาการว่า เรากำลังอยู่ใน จักรวาลคู่ขนาน
ที่เหตุการณ์ต่างๆบนโลก เกิดเหมือนเดิม แต่ในจังหวะเวลาที่แตกต่างกัน

นั่นแปลว่า โลกกำลังไปสู่จุดจบที่แตกต่างกัน
เล่นรอบหน้าเราก็ลองแบบใหม่ได้
.
ตอนหนังสือเรื่อง ขุนศึก ศักดินา พญาอินทรี ดังๆ คนในวงการบอร์ดเกม ก็คิดคล้ายกันว่า ถ้าจะทำเกมบ้าง ระบบเกมที่ใกล้ที่สุดก็เป็น Twilight Struggle นี่หล่ะ

เพราะเป็นการชักคะเย่อ แย่งชิงอำนาจ

เกมนี้มันสอนเราได้หลายอย่างนะ นี่ก็คิดๆว่า บ้านเราน่าจะมีเกมที่ทำหน้าบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศเราไว้

เกมของการแย่งชิงอำนาจ มันยังไม่จบ และ เราไม่มีจักรวาลคู่ขนานให้เลือกอยู่

อยากทำๆ มีใครอยากออกแบบด้วยกันบ้าง
เกมที่บันทึกประวัติศาสตร์ ไว้ให้เด็กรุ่นหลัง
.
………………………………………

FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86


……………………………………….

ขอฝันใฝ่ ในฝัน อันเหลือเชื่อ

หนังสือเขียนถึงเหตุการณ์ในช่วงปี 2475-2500 โดยรวมความเคลื่อนไหวต่างๆของขบวนการปฏิปักษ์การปฏิวัติสยาม
เรียกง่ายๆก็ รวมบันทึกการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

หลายๆเรื่องที่เคยรู้ ก็ได้อ่านรายละเอียดมากขึ้น
หลายเรื่องที่ไม่เคยรู้ก็ได้อ่าน เปิดหูเปิดตามากๆ

.

เรื่องที่ชอบมากคือ ปทานุกรมของ ส.เสถบุตร

คืองี้ Dictionary ของ ส. เสถบุตร นี่ถือว่าเป็นพจนานุกรมประจำบ้านของเด็กไทย
ซึ่งตัว ส. เสถบุตรเอง เขียนพจนานกุรมนี้ ช่วงติดคุก หลังจากเหตุสนับสนุนกบฎบวรเดช

คือ การแปลก็ดีแหล่ะ แต่บางคำที่เกี่ยวของกับการเมือง จะมีการใส่มุมมองส่วนตัวแทรกลงไปในคำอธิบายเช่น

  • Blue means royalty – สีน้ำเงินเป็นสีของความจงรักภักดี
  • Many crimes have been perpetrated under the guise of democracy – การกระทำผิดอันร้ายกาจหลายอย่างได้ถูกก่อขึ้นโดยมีประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือ
  • A mob has many heads, but no brains – [ภายหลังการปฏิวัตินั้น] ผู้ชนนั้นมีศีรษะมาก แต่ไม่มีสมอง

ก็มีแทรกๆในหนังสือ ที่นี้ผมเลยกลับไปเปิดพจนานุกรมที่บ้านของตัวเองดู ก็พบว่าเป็นฉบับนักเรียน ที่มีแต่คำแปล ไม่มีตัวอย่าง เลยไม่ได้เจอประโยคเหล่านี้
ท่านใดมีเล่มใหญ่ ฝากเปิดดูหน่อยนะครับ ยังมีอยู่มั้ย

.

จริงๆมีอีกเยอะ แต่ขอเล่าแค่บทเดียว
พีคจริงครับเล่มนี้

.

อ่านจบแล้วนึกถึงหนังสือ Sapiens ตรงประเด็นที่พูดถึงพลังของเรื่องเล่า
เรื่องเล่าซ้ำๆ ค่อยๆเล่า ค่อยเปลี่ยนประเด็น สุดท้ายความเชื่อก็เปลี่ยนแปลงไป

คือในหนังสือ เราจะเห็นว่า มีการพยายามตีความสถาบันแบบใหม่ ให้เข้ากับยุคสมัยใหม่
โดยที่เรื่องเล่าใหม่นี้ ล้วนบอกว่ามันเป็นแบบนี้มานานแล้ว


FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86

Torres

เกมเก่ารางวัล Speil Des Jahres ปี 2000

ความดีงามของเกมนี้คือ ถ้าจะเล่าเรื่อยๆสบายๆก็ทำได้ เพราะเราสามารถหาอะไรทำได้เรื่อยๆตลอดทั้งเกม
แต่ถ้าอยากจะคิด ก็เป็นเกมเผาหัว ยิ่งถ้ามีผู้เล่น AP นีปวดหัวเลย

ผมเลยว่ามันเป็นเกมที่ดีมากอีกเกม
ที่คนอยากเล่นเพลินๆ กับคนอยากเล่นจริงจัง ก็นั่งเล่นพร้อมกันได้

และ ที่สำคัญ เป็นเกมที่เล่นจบแล้วถ่ายรูปสวยมากกก
เหมาะสำหรับแชร์ใน FB, IG ประมาณว่า เล่นแพ้ไม่เป็นไร แชร์แล้วรูปสวย 😛

Torress ป็นเกมแนว Abtract Strategy ซึ่งใช้ระบบ Action Point
ที่มี ธีมฉาบบางๆ แต่แบบว่าลืมๆไปก็ได้

.

กติกาคร่าวๆ

  • เราจะแข่งกันสร้างปราสาท และ ส่งอัศวินไปยึดปราสาท
  • ใน 1 ตา เราจะมี 5 Action Point (AP) ซึ่งเราจะเอา Point นี้ไปทำ action อะไรก็ได้ ซึ่งหลักๆก็ เกิดอัศวิน (2AP), เดินอัศวิน (1 AP/ ช่อง), สร้างปราสาท (1AP) , ซื้อการ์ด (1AP), ใช้การ์ด 1 ใบ (0AP) ไปจนกระทั่ง เอา AP ไปแลกแต้ม 555
  • ความเด็ดของการสร้างปราสาทคือ เราสามารถต่อปราสาทให้สูงขึ้นเรื่อยๆหรือกว้างขึ้นก็ได้ แล้ว อัศวินของเราก็ต้องแข่งกันปีนปราสาทให้ขึ้นชั้นสูงๆ
  • เมื่อเล่นครบรอบก็จะมีการนับแต้ม ซึ่งก็ไม่ธรรมดา ตรงที่จะคิดจากอัศวิน ว่ายืนบนปราสาทชั้นไหน และ ปราสาทนั้นกว้างเท่าไหร่ โดยเอามาคูณกัน เช่น อยู่ชั้น 3 ของปราสาทพื้นที่ 5 ช่อง ก็ได้ 3×5 = 15 แต้ม แต่ปราสาทไม่มีเจ้าของนะ ผู้เล่นแต่ละคนสามารถเข้ายืนร่วมกันได้
  • นอกจากนี้จะมี King ด้วยปราสาทที่มี King ยืนยิ้มอยู่ จะมีการได้แต้มพิเศษ

เล่น 3 รอบใครได้แต้มเยอะสุดชนะ

.

ความดีงามของเกมนี้คือ ระบบ AP ที่สมดุลย์มาก และตัวเกมไม่ซับซ้อน ทำให้เราสามารถหาอะไรทำได้ตลอดเวลา เด็กๆก็สามารถเล่นได้ ไม่ยากเกินไป
แต่เดี๋ยวก่อน การมี 5 AP มันเหมือนจะน้อย แต่ก็เปิดโอกาสให้เรา Optimized ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ แปลว่า คิดกันหัวแตกเลยว่า จะทำยังไงให้คุ้มค่าที่สุด

เผาหัวมาก ใครชอบคิดหลายชั้น จะชอบเกมนี้มาก

อีกอย่างที่อยากจะบอกคือ เกมนี้มัน Highly Tactic นะ ไม่ได้มี Strategy มากนัก
หลายๆคนจะชอบเกมแบบนี้ เพราะได้แก้ปัญหาหน้างาน

ก็เป็นเกมเก่าอีกเกมที่อยากให้ลองกันครับ สนุกมากๆๆๆ

………………………………………

FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86
……………………………………….