Snowball Effect

Snowball Effect

คำนี้แปลว่า การกระทำที่ส่งผลทวีคูณมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนก้อนหิมะกลิ้งลงจากเขา ตอนแรกก้อนเล็ก แต่พอเวลาผ่านไป ก้อนจะใหญ่มากขึ้น จนสุดท้ายไม่มีใครหยุดได้

.

Snowball Effect ต้องระวังในการออกแบบเกมนะ เพราะมันอาจทำให้เกมไม่สนุกได้

เนื่องจากคนได้เปรียบ ก็จะยิ่งเล่นยิ่งได้เปรียบ ขณะที่คนเสียเปรียบก็จะยิ่ง “ถูกทิ้ง” ให้ห่างขึ้นเรื่อยๆ แบบว่ามันน่าเบื่อ

Snowball Effect มักจะเกิดกับเกมที่ Resource กับ Vitocry Point เชื่อมโยงถึงกัน

เช่น เกมเศรษฐี ที่ Resource คือ เงิน และ Vitory วัดกันที่ใครมีเงินไล่ซื้อช่องต่างๆได้มากกว่ากัน พอมีคนนึงเริ่มรวยซื้อที่ได้หลายช่อง ก็จะยิ่งหาเงินได้มากขึ้น สุดท้ายคนอื่นก็ “ถูกทิ้ง” ไล่ไม่ทัน

การออกแบบเกมป้องกันก็เช่น พยายามไม่ให้ Resource เชื่องโยงโดยตรงกับ Victory Point หรือ ใส่สิ่งที่เรียกว่า Rubber Band Effect ลงไป (กลไกเกมที่จะ Slowdown คนนำ และ ส่งเสริมคนตาม) หรือ ตัดจบเกมก่อนที่ Snowball Effect ส่งผลมากเกินไป

.

การเปิดประเทศจากโควิดก็เช่นกัน

ทุก 1 เดือนที่ล่าช้า ไม่ได้หมายความว่า ประเทศจะฟื้นตัวช้าลง 1 เดือน แต่เป็น Snowball Effect ที่อาจจะยิ่งต้องการหลายเดือนหรือหลายปีมากขึ้นในการฟื้นตัว

ทุกเดือนที่ผ่านไป คือลมหายใจหลายๆธุรกิจที่ค่อยๆหมดลง ยิ่งนานจะยิ่งล้มมากขึ้น การจ้างงาน และ สภาพคล่องในประเทศจะยิ่งหดหายไป ไม่ใช้เส้นตรง แต่เป็น Exponential

ขณะที่ตอนนี้ชาวโลกค่อยๆฟื้น เริ่มจับจ่ายใช้สอย และ มีการลงทุน ทำให้ราคาต้นทุนต่างๆในโลกเริ่มขึ้น ค่าขนส่งเพิ่มขึ้น สินค้าเริ่มแพงขึ้น

ก็มีความเสี่ยงที่เราจะเกิดสภาวะ เงินฝืด อัตราว่างงานสูง ในขณะที่ราคาสินค้าแพงขึ้น

ปรากฏการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้เรียกว่า Stagflation … ​แต่ก็ยังไม่เกิดหรอก เป็นความเสี่ยงที่มีหลายคนพูดถึง

แล้วถามว่าเวลา ต่างชาติจะเริ่มกลับมาลงทุน เค้าจะหันไปที่ไหน … ก็ไปที่ไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่ประเทศที่ยังไม่พร้อม …​ แปลว่า เม็ดเงินมันจะยิ่งไหลไปทางอื่น ประเทศที่เม็ดเงินไปลง ก็ยิ่งฟื้นไวขึ้นอีก ประเทศที่พร้อมช้า ก็ยิ่งฟื้นช้า

เวลามีค่า ทุกเดือนเราล่าช้าไป Snowball จนอาจหมายถึงหลายปีในการฟื้นตัว

ถ้ารัฐเห็นว่าเวลามีค่าจริง คงไม่ดำเนินนโยบายแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

.

เป็นกำลังใจให้ทุกท่านนะครับ

………………………………………

FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86


……………………………………….

วิธีการเล่นเกม Big Two

เกม Big Two

เกมการ์ดง่ายๆเอาไว้เล่นในบ้าน เล่นกับเพื่อนๆได้เวลาเบื่อเล่น ดัมมี่ หรือ จับหมูแล้ว

กติกาคือ

  • 2ใหญ่สุด
  • เล่น 2-4 คน แจกไพ่เท่าๆกัน
  • คนแรกวางไพ่ (วางเป็นชุด 1-2-3-5 ใบ) แล้วคนที่เหลือต้องวางไพ่ตาม แต่ต้องจำนวนไพ่เท่ากัน เช่น คนแรกวาง 3 ใบ ที่เหลือก็ต้องวาง 3 ใบ แต่ไพ่จะต้องใหญ่กว่าขึ้นไปเรื่อยๆ แต้มเท่ากันดูดอก
  • คนที่วางไพ่ใหญ่สุดชนะ เอาไพ่ตัวเองทิ้งออกจากเกม
  • ใครไพ่หมดก่อนชนะ

กฏการวางไพ่เป็นชุด

  • 1ใบ คือ การวางไพ่ใบเดียว
  • 2ใบ คือ การลงไพ่คู่
  • 3ใบ คือ การลงไพ่ตอง
  • 5ใบ คือ การลงเป็นโป้กเกอร์ จะเป็นเซ็ทแบบไหนก็ได้ เช่น Straight หรือ Flush

นับแต้ม (กรณีอยากจะนับ)
– ใครเหลือไพ่ 1-9 ใบ ได้แต้มลบใบละ 1 แต้ม
– ใครเหลือไพ่ 10-12 ใบ ได้แต้มลบใบละ 2 แต้ม
– ใครเหลือไพ่ 13 ใบ ได้แต้มลบใบละ 3 แต้ม
– คนชนะ ได้แต้มบวก เท่ากับแต้มลบของคนแพ้ทุกคนรวมกัน
– เกมจบเมื่อถึงมีคนถึงแต้มที่วงกำหนด

.

เวลาเล่นก็ก็จะงงๆหน่อย
เพราะเกมนี้เราเอาไพ่ที่ปรกติไม่มีความสามารถ ทำอะไรไม่ได้ มาเป็นผู้นำสูงสุด
ก็จะมีปัญหา งงๆเรื่องการจัดการ การทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ไม่เป็นมืออาชีพ จัดลำดับความสำคัญไม่เป็น

………………………………………

FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86
……………………………………….

SandBox Board Game

บอร์ดเกมแนวนึงที่น่าสนใจคือ SandBox Board Game (แปลไทยว่าบอร์ดเกมแนวปราสาททราย)

เป็นแนวบอร์ดแนวที่น่าสนใจ จริงๆก็ยังไม่มีนิยามที่ชัดเจนนะ ว่าแนวนี้เป็นยังไง แต่หลักการคือ เปิดอิสระให้ผู้เล่นทำอะไรก็ได้ ในแนวทางที่ตัวเองชอบ

ถามว่าต่างจากเกมแนว Point Salad ยังไง หลักๆตามที่ผมเข้าใจนะคือ แนว SandBox จะเปิดกว้างเรื่อง Action ของผู้เล่น … ในขณะที่ Point Salad จะเป็นว่า ทำอะไรก็ได้แต้ม แต่เซ็ตของ action ยังไม่เปิดกว้างเสรี ยังมีกรอบของเกมอยู่

.

เกมแนว Sandbox ที่ดังๆก็ Xia: Legends of a Drift System

ธีมหลักๆก็ สำรวจอวกาศ ซึ่งเราแต่ละคนจะมียานสำรวจ ซึ่งสามารถอัพเกรดได้ สิ่งที่เราทำได้ในเกมก็ตั้งแต่ ออกสำรวจดาวดวงใหม่ๆไปเรื่อยๆ หรือ จะเล่นเป็นยูโร ที่เก็บทรัพยากรจากตรงโน้น มาขายตรงนี้ หรือจะ ไล่เก็บทำ Mission ต่างๆ ก็ได้ ไปจนกระทั่ง ออกไล่โจมตีผู้เล่นคนขึ้น การล่าค่าหัว

ซึ่งผู้เล่นสามารถเปลี่ยนการเล่นได้ตามใจระหว่างทาง เช่น ค้าขายอยู่ดีๆ เปลี่ยนไปเป็นโจมตีเพื่อนก็ได้ อะไรทำนองนี้ ทำให้เกมนี้มี Replayability สูงมาก

.

ก็เป็นอีกแนวเกมที่น่าสนใจครับ

สุดท้ายนี้ก็ขอเป็นกำลังใจให้ชาวภูเก็ตนะครับขอให้ Sandbox model ราบรื่นผ่านได้ด้วยดี

.

ปล. โพสนี้ก็ได้ inspired มาจากโพสนึงใน FB Group: Board Game Lounge TH กราบขอบพระคุณต้นทางด้วยครับ

……………………………………….

………………………………………

FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86


……………………………………….

Lost Cities Card Game

หนึ่งในเกมเล่น 2 คนที่สนุกมากกก เหมาะสำหรับไว้เล่นตบตีกับแฟน

ธีม เรากำลังออกไปสำรวจดินแดนลึกลับ มี 5 เมืองให้ค้นหา ยิ่งเราเดินทางได้ลึกจะยิ่งได้แต้มเยอะ
แต่ธีมมันไม่เข้ากับ Mechanic เท่าไหร่ ลืมๆไปก็ได้ 5555

เกมนี้เด็ดตรง กติกาเรียบง่ายครับ
อยากบอกว่าเวลาเล่นได้ได้อารมณ์เหมือนเล่นดัมมี่

เกมนี้เล่นเร็ว จบใน 15 นาที
แต่ดันความพีคและตึงได้ในเวลาอันรวดเร็ว ไม่ต้องรอนาน

.

ก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่อยากแนะนำให้เล่น ถ้าอยากหาเกมเล่น 2 คน
เหมาะสำหรับเป็น Filler เกมเล่นฆ่าเวลารอเกมใหญ่ หรือ เล่นกับแฟนก่อนนอน ตบตีสร้างบรรยากาศกันก่อนปิดไฟ

ผมเคยเล่นเกมนี้กับเซียนดัมมี่ เจอเค้าจั่วเค้าฝาก สุดท้ายทำแต้มกระฉูด
แบบว่างงไปเลย (หรือว่าผมอ่อนเอง)

ก็เป็นอีกเกมที่นักออกแบบเกมควรศึกษาไว้ครับ ในความเรียบง่ายของกติกาและสามารถเล่นได้ลึกในระดับที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับขนาดเกม

.

กติกาเกมคร่าวๆ

  • จั่วไพ่ขึ้นมือ คนละ 8 ใบ
  • ไพ่มี 5 สี แต่ละสีมีเลขตั้งแต่ 2-10 และ ไพ่รูปจับมือ
  • การเล่นมี 2 ขั้นตอนหลักๆ

Step1 วางไพ่ 1 ใบ โดยเลือกระหว่าง
1) วางไพ่ 1 ใบลงบนโต๊ะ โดยต้องวางไพ่เรียงแยกตามสี และ เลขต้องสูงกว่าใบล่าสุดที่เพิ่งวางไป ยกเว้นไพ่จับมือที่ต้องวางหัวแถวเท่านั้น (ง่ายๆ วางไพ่เรียงเลขจากต่ำไปสูงนั่นเอง เช่น เราวาง 4 แดง ลงไปแล้ว เราไม่สามารถวาง 1,2,3 แดงได้ละ ต้องว่าเลข 5ขึ้นไป) นั่นคือในระหว่างเล่นเราจะมีไพ่วางเป็นแถวๆ แถวละสี
2) ทิ้งไพ่ 1 ลงกองไพ่ทิ้ง โดยที่กองไพ่ทิ้ง จะมี 5 กอง แยกตามสี เวลาทิ้งให้ไพ่หงายขึ้น

Step2 จั่วไพ่ 1 ใบ โดยเลือกระหว่าง
1) จั่ว 1 ใบจากกองไพ่จั่ว
2) จั่ว 1 ใบจากกองไพ่ทิ้ง 1 ใบที่หงายกองไหนก็ได้ แต่ห้ามหยิบใบที่เราเพิ่งทิ้งไป

  • เกมจบทันทีเมื่อไพ่สุดท้ายถูกหยิบจากกองจั่ว

การนับแต้ม

  • แต้มเท่ากับเลขที่วางไปเลย เช่น เลข2 ก็2แต้ม
  • บวกๆไป ว่าแต่ละสีเราทำได้แต้มรวมกี่แต้ม
  • แต่เดี๋ยวก่อน ลบ 20 ออกจากแต้มรวมของแต่ละสี แปลว่า ถ้าเราวางไพ่ได้แต้มน้อยกว่า20 จะกลายเป็นว่าเราได้แต้ม ติดลบ แต่ถ้าสีไหนเราไม่ได้วางไพ่เลย ก็ไม่ต้องลบ 20
  • และสุดท้าย ถ้ามีไพ่จับมือ ดูว่าเราวางไปกี่ใบ 1,2,3 ใบ ก็คูณ 2,3,4 ให้กับแต้มรวม
  • รวมคะแนนจะทุกสีที่ทำได้ ใครได้แต้มมากกว่าชนะ

.

อยากบอกว่า การที่ต้องลบ 20 แต้มนี้ทำให้เกมตึงมาก การออกตัวก่อนว่าจะเล่นสีไหน มันจะทำให้เพื่อนอมไพ่กั๊กเราได้ รวมถึงเราสามารถทิ้งไพ่ยั่วให้เพื่อนลง เพื่อล่อไพ่ที่เราต้องการ

………………………………………
WordPress: https://beyondboard.blog/
YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA
Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86
……………………………………….

บอร์ดเกม แชมป์ 2 สถาบัน

ในวงการบอร์ดเกมนอกจากรางวัล Spiel Des Jahres (SDJ) ที่ถือว่าเป็นรางวัลใหญ่ระดับออสก้าร์ของวงการบอร์ดเกมแล้ว ยังมีอีกรางวัลใหญ่นึงชื่อว่า Deutscher Spielepreis (DSP)

ความแตกต่างหลักๆของสองรางวัลนี้คือ SDJ จะมีแนวโน้มให้รางวัลกับเกมแนว Family ที่เข้าถึงผู้เล่นหลากหลาย ในขณะที่ DSP จะเน้นให้รางวัลกับ Gamers’ Game ซึ่งเน้นเกมที่มีความยาก ระบบเกมสร้างสรรค์ ตัวอย่างเกมที่เคยชนะ DSP ก็เช่น Agricola, Terra Mystica, Russian Railroads

.

มันเลยเป็นการยากมากที่ในปีนึง จะมีเกมใดสามารถชนะทั้ง 2 สถาบันได้ในปีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคหลังๆที่ SDJ แตกรางวัลออกเป็นย่อยๆ ทำให้รางวัลสูงสุดเน้นความเป็น Family มากขึ้น

แต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีเพียง 6 เกมคือ

  1. Catan – เกมนี้ไม่ต้องพูดถึง อมตะไปแล้ว หนึ่งในสุดยอดเกมแนวเจรจา
  2. El Grande – พระบิดาแห่งเกมแนว Area Control ชาตินี้ต้องลอง
  3. Tikal – เกมแนว Action Point คิดหัวแตก ธีมสำรวจอารยธรรมโบราณ เล่นจบแล้วถ่ายรูปสวย
  4. Carcassonne – Tile Laying game ระดับตำนาน เกมไหนมีวางไทด์ เราก็อดเอามาเทียบกับเกมนี้ไม่ได้
  5. Dominion – เกมแรกที่ทำให้ระบบ Deck Building โด่งดังและนิยมถึงทุกวันนี้
  6. Azul – เกม Abtract Strategy ที่ให้เราหยิบกระเบื้องมาปู กติกาง่าย แต่ลึก

.

เราก็จะเห็นว่า เกมที่สามารถชนะทั้งสองรางวัล ล้วนแต่เป็นเกมที่จริงๆแล้วกติกาสอนง่าย เล่นได้ทั้งครอบครัว แต่ถ้าคิดให้ลึกก็ลึกหัวแตก
และ ส่วนใหญ่ก็เป็นเกมระดับเรือธง แนวหน้าของระบบนั้นๆ

ถ้าไม่รู้จะสะสมเกมไหน ก็เอา 6 เกมนี้ได้ครับ ไม่ธรรมดา

………………………………………

FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86
……………………………………….

5 หนังสือน่าอ่านประกอบการเล่นเกม Root

เกม Root กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งหลังจากที่กำลังจะได้มีการแปลไทยโดย The Stronghold SIAM : Gateway to Board Games

ซึ่งเกมนี้ผมชอบเป็นพิเศษตรงธีม ที่สะกัดเอาแก่นของเรื่องราวบางอย่างมาเล่าได้อย่างกำลังดี ไม่รู้สึกยัดเยียด คือจะเล่นเอาสนุก หรือ เอาธีมมาคุยถกเถียงกันต่อก็ได้

สำหรับท่านที่ยังไม่ค่อยรู้จักเกมนี้ ธีมหลักๆของเกมก็ ว่าด้วยสงครามแย่งชิงดินแดนของหมู่สัตว์ ที่มีแมวเป็นผู้ปกครองคนปัจจุบัน นกซึ่งเป็นราชวงศ์เก่าพยายามจะยึดอำนาจคืน มีสัตว์ป่าชาวบ้าน และ มีภาคเสริมที่เพิ่มกิ่งก่าเจ้าลัทธิ หรือ ตัวนากพ่อค้า

.

พอเกมนี้จะได้แปลไทย ก็มีน้องๆบางคนมาชวนคุยเกี่ยวกับเกมนี้ ในธีมการเมือง ซึ่งมันเข้ากับบ้านเราพอดี

ก็ทำให้ผมหยุดคิดถึงมันไม่ได้ และ คิดว่า ถ้าใครอยากจะศึกษาต่อ ควรอ่านหนังสืออะไรดี ในมุมมองของผมนะครับ

  1. ขุนศึก ศักดินา พญาอินทรีย์
    คงไม่มีเล่มไหนเหมาะเท่าเล่มนี้แล้วในยุคนี้ สำหรับการต่อสู้กันของขั้วอำนาจ สิ่งเดียวที่แตกต่างกันของ หนังสือเล่มนี้ต่างจากเกม Root ตรงที่ Root นั้นมีบทบาทของประชาชน
  2. Animal Farm
    เมื่อเหล่าสัตว์ยึดฟาร์มจากมนุษย์และปกครองตัวเอง หนังสือบางๆแต่ทำให้เห็นภาพการฉ้อฉล และ วิธีการควบคุมประชาชนของท่านผู้ทำ
  3. 1984
    ว่าด้วยสังคมที่ถูกปกครองด้วยความหวาดกลัว เพราะรู้สึกว่าถูกจับตามองตลอดเวลาจนไม่กล้าทำอะไร
  4. The Prince
    เล่นนี้พีค อยากให้ลองอ่าน เพราะหนังสือได้รวมแนวทางการปกครองของผู้นำทั้งหมดไว้ ไม่เว้นแม้แต่วิชามารต่างๆ อ่านแล้วขนลุกตามตลอดเล่ม
  5. The Art of Strategy
    หนังสือว่าด้วย Game Theory ที่สรุปใจความไว้ครบถ้วน และ ที่ยังแนะนำ Strategy ที่ควรใช้ในกรณีต่างๆ เกมแห่งอำนาจมันไม่ได้ใช้แค่กำลังแต่มันต้องมี Strategy ด้วย

.

เพื่อนๆมีหนังสืออะไรแนะนำให้อ่านมั้ยครับ ได้จะลองไปอ่านบ้าง

หนังสืออาจจะดูเครียดๆไปหน่อย แต่ถ้าชอบแนวๆนี้จะอ่านแล้วกลับมาเล่นเกม เพิ่มความฟินแน่นอนครับ

………………………………………

FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86

……………………………………….

Princes of Florence

Princes of Florence

อีกหนึ่งใน เกม Classic Euro Board Game ที่ดีย์ และ อยากให้ลองเล่นกันครับ
จำได้ว่าตอนที่ผมได้ฟังกฏครั้งแรก ก็รู้สึกว้าวเลย และ พอได้เล่นก็ยิ่งชอบ เกมนี้เป็นไม่กี่เกมที่ ผมยังบรรยากาศครั้งแรกที่เล่นได้อยู่เลย แบบว่ามันถูกจริตมาก

.

ธีมเกม

เราเป็นเจ้าชายแห่งเมือง Florence ครับ เมืองแห่งศิลปะวิทยาการ เป้าหมายของเราคือ สร้างเมืองของเราให้สวยงามที่สุด และ โดนใจ ศิลปิน/ผู้รู้ต่างๆให้มาอยู่เมืองเรา เพื่อรังสรรค์ผลงานอันยิ่งใหญ่ โดยที่ยิ่งมีคนมาอยู่เยอะเราก็จะยิ่งได้แต้มเยอะ

.

กติกาคร่าวๆ

เกมเล่น 7 รอบจบ แต่ละรอบมี 2 Phase เริ่มต้นมาแต่ละคนจะมีการ์ด Profession ที่จะเป็นศิลปิน นักปราชญ์ ที่เราต้องเชิญมาอยู่ในเมือง

  1. Phase ประมูล
  • ง่ายๆ ตรงตัว ก็แข่งกันประมูลของ มีของ 7 อย่าง เช่น สระน้ำ แต่ละอย่างจะมีคนได้แค่คนเดียว แปลว่า ถ้ารอบนี้พลาดสระน้ำไป ต้องไปประมูลรอบหน้า
  • ของทุกอย่างมันต้องใช้ มีประโยชน์ แต่ดันประมูลไ้ด้แค่ตาละอย่าง บอกเลยว่าประมูลกันอย่างตึง
  1. Phase สร้าง – ทำได้ 2 Actions
  • สร้างตึก แต่ละตึกจะมีชื่ออยู่เช่น Lab อะไรทำนองนี้ การสร้างก็เอามาวางบนกระดานตัวเอง และ ห้ามวางติดกับตึกอื่น แต่มุมชนกันได้
  • สร้างอิสระภาพในเมือง เช่น อิสระภาพในการแสดงความคิดเห็น
  • แล้วก็ Action ประกาศเชิญ Profession มาอยู่ ทีนี้ให้ดูว่า อีคนเราจะเชิญมาเนี่ย เค้าเรียกร้องอะไรบ้าง เช่น อยากมีสระน้ำ อยากมี lab ถ้าเรามีอะไรบ้างที่ตรงตามความต้องการก็ได้สิ่งที่เรียกว่า work value … มีตรงเยอะ ก็ได้ work value เยอะ
  • work value เอาไปทำอะไร … ก็ให้เลือกเอาว่า จะเปลี่ยนไปเป็นแต้มหรือเงินเอาไว้ใช้สอย

เล่นครบ 7 รอบใครแต้มเยอะสุดชนะ … ง่ายมะ (โคตรตึง ขอบอก)

.

เกมนี้ตึงมากกก เพราะว่า มีแค่7รอบแต่ส่ิงที่ต้องทำมันเต็มไปหมด เช่น ประมูลของได้แค่ตาละชิ้น และ ทำ Action ได้อีกแค่ตาละ 2 อย่าง
รวมแล้วคือเกมนี้คุณทำได้ 7 Auctions 14 Actions นั่นแปลว่า เราสามารถคำนวนได้หมดเลยว่า จำนวนตาที่เหลืออยู่เราต้องทำอะไร ทำอะไรได้บ้าง เวลาเล่นนี่นั่งนับ Action กันเลย

เกมนี้จะความเป็น Multiplayer solitaire อยู่พอสมควรเพราะแต่ละคนต้องมานั่งคิด นั่งวางตึก แต่ว่าดีที่ ช่วงประมูลก็มี player interaction สูงมาก เลยทำให้ได้เงยหน้ามาคุยกัน

เป็นอีกเกมที่อยากให้ลองเล่นครับ กลมกล่อม เรียบง่าย ตึงเปรี๊ยะ

.

ผมมีความฝันนะ ว่าจะไปนั่งเล่นเกม Prince of Florence ในเมือง Florence ถถถถถ


………………………………………

FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86


……………………………………….

To-date Thinking vs To-go Thinking

To-date Thinking คือการคิดที่มองว่า เราได้ทำอะไรสำเร็จมาแล้วบ้างจนถึงปัจจุบัน เช่น ตอนนี้ทำโปรเจคไปแล้ว 40%
To-go Thinking คือการคิดว่า เหลืออีกเท่าไหร่ถึงจะบรรลุเป้าหมาย เช่น ตอนนี้เหลืออีก 60% กว่าจะเสร็จโปรเจค

งานวิจัยบอกว่า มุมมองแบบ To-go Thinking จะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายได้ดีกว่า เพราะการคิดแบบแรกมันจะให้ความรู้สึกว่า เราประสบความสำเร็จบางส่วนแล้ว
เช่น ได้มีการทดลองว่า บอกนักศึกษาว่า เรียนจบไปแล้ว 48% กับ เหลือให้เรียนอีก 52% พบว่าแบบหลังนักศึกษาจะมีแรงจูงใจให้เรียนจนจบมากกว่า

คือเค้าอธิบายว่า พอเรารู้สึกว่าได้สำเร็จอะไรบางอย่างมาระดับนึงแล้ว เราก็จะ balance ตัวเองด้วยการไปทำงานอื่นที่รู้สึกว่ายังไม่สำเร็จ
สุดท้ายก็อาจจะทำให้ไม่เสร็จอะไรซักอย่าง

.

ถ้าจะออกแบบเกม ก็แนะนำว่า ลองเปลี่ยนมุมมองไปบอกผู้เล่นว่าเหลืออีกเท่าไหร่ที่เค้าต้องทำ มันจะจูงใจกว่า บอกว่าเค้าสำเร็จมาแล้วเท่าไหร่
น่าสนใจมาก
.

To-date Thinking มันดีตรงที่จะช่วยให้อุ่นใจ ให้สบายใจว่า ทุกวันนี้เราดีแล้ว [Being Good]
แต่ To-go Thinking จะช่วยให้เราเดินต่อพัฒนาไปข้างหน้า [Getting Better]

การคิดแบบ To-date Thinking ที่ดีคือไม่ใช่มองว่า จนถึงปัจจุบันเรา”สำเร็จ”อะไรบ้าง แต่ควรมองว่า จนถึงปัจจุบันเราได้ “เรียนรู้” อะไรบ้าง เพื่อที่จะได้รู้ว่าต้องเดินต่อยังไงให้ดี

.

เวลาฟังใครพูดอะไรก็สามารถใช้มุมมองนี้ไปจับดูได้ ว่าคนพูดเค้ากำลังพูดแบบ To-date หรือ To-go

เช่นเรื่องการอธิบายต่างๆเกี่ยวกับการจัดการโควิดในบ้านเรา จะเห็นว่าส่วนใหญ่จะเป็น To-Date ว่าทำดีแล้ว ทำมาเยอะแล้ว
วัคซีนที่เราเลือกมาดีแล้ว การจัดการเราดีแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะที่ผ่านมาเราไม่ระวังตัว

ก็เข้าใจว่าอยากให้คนไม่แตกตื่น แต่คนจะอุ่นใจกว่า ถ้ารู้ว่าทางที่จะเดินต่อไปมันมั่นใจได้ ไม่ใช่คำอธิบายว่าที่ผ่านมาโอเคแล้ว

.

ก็มาฟังเพลงกัน
สุขสันต์วันสงกรานต์นะครับ

………………………………………


FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86


……………………………………….

ย่อเพื่อกระโดด

วันก่อนเพิ่งค้นพบว่า ผมมีนิสัยอย่างนึงเวลาเล่นบอร์ดเกม คือ ยอมขาดทุน ยอมเสียเปรียบ ถ้าเราได้ Move ไปข้างหน้า หรือ ได้ยืนบน Position สำคัญบางอย่าง

เช่น ในคาทาน ผมมักจะยอมเทรดขาดทุน เพื่อได้สร้างบ้าน ในจุดที่ตัวเองต้องการ คือแบบมีคนทักบ่อยว่าแลกเยอะๆแบบนี้จะคุ้มหรอ เพื่อบ้านหลังเดียว

ฟังดูก็เป็นกลยุทธ์การเล่นเกมแบบมาตราฐานอ่ะนะ แต่นี้เป็นท่าหลักของผมเลย ใช้แทบทุกเกมที่ทำได้

เล่าทำไม คือเพิ่งมาสังเกตว่าผมใช้ท่านี้ในชีวิตจริงบ่อยมาก ถ้าเห็นว่าอะไรดี อะไรควรเอา ควรทำ ก็ยอมขาดทุนหรือลำบากเพื่อได้มา

มีหลายคนทัก เช่น มันคุ้มหรอ ไม่เสียดายสิ่งที่ทำมาหรอ แต่ส่วนตัวรู้สึกว่า ถ้าไม่ยอมย่อ แล้วจะกระโดไปข้างหน้าได้ยังไง

ที่น่าสนใจคือ ในชีวิตจริงมันตัดใจยากไง ว่าสิ่งที่ต้องเสียไปมันจะคุ้มมั้ย

ชีวิตจริงเราไม่รู้อนาคตข้างหน้า เราคงต้องเชื่อมั่นใน Vision ของตัวเองว่าจุดที่กำลังไปมันสำคัญ มันคุ้มค่าเทรด

ก็แปลกดีนะ ที่การเล่นเกมทำให้เข้าใจตัวเองได้มากขึ้น เลยอยากเล่าให้ฟัง เพราะตัวเองรู้สึก enlighten มาก

เพื่อนๆมีท่าในเกม ที่ใช้ในชีวิตจริงบ้างมั้ยครับ 🙂

………………………………………


FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86


……………………………………….

“ไม่ควรแก้กฎด้วยการเพิ่มกฎ”

สิ่งนึงของการได้ออกแบบบอร์ดเกม และ ได้ช่วยเทสเกมต่างๆ คือได้เรียนรู้ว่า “ไม่ควรแก้กฎด้วยการเพิ่มกฎ”

ประมาณว่า กฎทำออกมาแล้วมีปัญหานิดหน่อย ก็ใส่กฎเพิ่มไปเพื่อปิดช่องโหว่
แต่ใส่ไปใส่มา กลายเป็นว่าเกมซับซ้อนวุ่นวายไปหมด ทำให้ผู้เล่นจะต้องจำกฎปลีกย่อยเพิ่มขึ้น

และ ที่สำคัญการเพิ่มกฎ ก็เพิ่มโอกาสในการที่กฎมันจะขัดกัน มีปัญหาให้แก้เพิ่มเข้าไปอีก

ทางออกแก้ที่ควรคือ ไปปรับกติกาตัวแรกให้เหมาะสม ไม่ขัดแย้ง พยายามทำให้ Simple ที่สุด ถ้าสับสนก็นึกย้อนว่าเราต้องการอะไรกันแน่ … มันคิดยากนะ แต่จบ

.

ตัวอย่างที่ดีของความผิดพลาด ที่การพยายามแก้กฎด้วยการเพิ่มกฎ คือ ระบบสอบเข้ามหาลัยของไทย

ตอนแรกกลัวเด็กเครียด ก็เลยมีระบบใหม่สอบสองครั้ง เลือกคะแนนที่ดีที่สุดมายื่น
สอบสองครั้ง แต่มหาลัยเปิดเวลาเดิม ทำให้ต้องสอบเร็วขึ้น กลายเป็นเด็กเรียนพิเศษหนักขึ้น ไม่ตั้งใจเรียนในห้อง

ก็เลยเพิ่มระบบให้เอาเกรดระหว่างเรียนม.ปลายมาคิดด้วย
ซักพักก็มีปัญหาว่าแต่ละโรงเรียนมีมาตราฐานเกรดไม่เท่ากัน …. ก็จัดสอบวัดมาตรฐานโรงเรียนเพิ่ม (สอบเยอะขึ้น)

ซักพักมหาลัยเริ่มไม่ชอบระบบสอบ เลยจัดสอบตรงเยอะขึ้น
เด็กๆไล่สอบตรงตามมหาลัยต่างๆ (สอบเยอะขึ้น) และ เพิ่มปัญหาสอบตรงติดได้แล้วแต่ไม่เอา ทำให้บางคณะเด็กเข้าเรียนไม่พอ

ก็เพิ่มกฏ ระบบ clearing house ต่างๆเข้ามา … และอื่นๆอีกมากมายที่ตามมา เล่าไม่ไหว

จนถึงทุกวันนี้ ต้องสอบ 20-30 วิชาใน ไม่กี่สิบวัน
สอบกันบ้าระห่ำ เหมือนลืมว่าตอนแรกไม่อยากให้เด็กเครียด

จนมีเด็กออกมาโวยวายว่าเครียดเกินไป มันเกินจำเป็นแล้ว ก็ไม่ฟัง

.

นั่นหล่ะครับ…สวัสดี


FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86


……………………………………….