ตัวอย่างGamification: Deloitte

#Gamification ตอนที่8

มาฟังตัวอย่างเกมมิฟิเคชั่นของผู้ใหญ่กันบ้าง คราวนี้เอาแบบคนแก่เลย เป็นตัวอย่างจากบริษัทชั้นนำระดับโลกอย่าง Deloitte ครับ

ที่ไปที่มาคือ Deloitte ได้สร้างระบบการอบรมออนไลน์ ขึ้นมาสำหรับผู้บริหารระดับสูงโดยตั้งชื่อว่า Leadership Academy แต่มีปัญหาที่ผู้บริหารระดับสูงเหล่านี้ไม่ค่อยว่างมาเรียน

เอาเข้าจริงผู้บริหารไม่ค่อยจะอยากมาเข้าเรียนด้วยซ้ำไป ซึ่งก็เข้าใจได้นะ เพราะท่านผู้บริหารนี่ต้องยุ่งมากกก ซึ่ง ทำให้ใช้เวลานานกว่าผู้บริหารจะอบรมแต่ละหัวข้อเสร็จ

สิ่งที่ Deloitte ได้ทำคือ ออกแบบหน้าตาเว็บไซต์ที่ทำอบรมใหม่! โดยให้หน้า Profile ส่วนตัวมีความเป็นเกมมิฟิเคชั่น เช่น มีการให้แต้มเรียนเสร็จ มี Progress Bar บอกว่าอบรมไปถึงไหนแล้ว มีการทำตารางจัดอันดับเปรียบเทียบระหว่างผู้บริหารว่าใครกำลังนำอยู่

ได้รับผลตอบรับดีมากครับ คือ สามารถลดเวลาการเรียนลง 50% แถมเวลาการเข้าใช้เว็บไซต์ต่อวันของผู้บริหารยังเพิ่มขึ้นถึง 46.6% ด้วย

บริษัท Deloitte เป็นตัวอย่างที่ดีของการประสบความสำเร็จในการปรับปรุงระบบเดิมจากที่เคยน่าเบื่อ ให้เป็นสนุกขึ้น จูงใจให้คนอยากทำมากขึ้น และที่สำคัญ ไม่ได้บังคับเลย

การไม่บังคับ แต่จูงใจให้อยากทำด้วยเทคนิคของเกมนี่หล่ะครับ แก่นของ Gamification

ตัวอย่างGamification: Pain Squad

#Gamification ตอนที่7
คุยเรื่อง เกมมิฟิเคชั่นกันมาหลายตอน มาดูตัวอย่างกันบ้าง
ตัวอย่างที่ดังมากอันนึงก็คือ App มือถือชื่อ Pain Squad

Pain Squad คือ App ที่ออกแบบโดยทีมนักวิจัยของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองโตรอนโต App นี้ออกแบบมาสำหรับให้เด็ก ๆ ที่ป่วยเป็นมะเร็งได้จดบันทึกอาการป่วยของตนเอง

เทียบกับวิธีแบบดั้งเดิมที่ให้เด็ก ๆ ต้องคอยบันทึกอาการลงบนกระดาษ ตามเวลาที่กำหนดในแต่ละวัน … ซึ่งก็แน่นอน แบบเก่านี้เด็กก็จดบ้างไม่จดบ้าง

แต่ความเจ๋งของ Pain Squad นี้คือ การสร้างเรื่องราวให้เด็ก ๆ ด้วย ว่าได้เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวน คดี ซึ่งผู้ร้ายคือความเจ็บปวดของเด็ก ๆ นั่นเอง

สิ่งที่เด็ก ๆ ต้องทำคือช่วยกันจับผู้ร้าย (อาการเจ็บป่วยของตนเอง) ลงบน App ตามเวลาที่กำหนด

นอกจากสวมบทบาทแล้ว App ยังทำออกมาเป็นเรื่องราวให้เด็ก ๆ รู้สึกสนุก และ อยากติดตาม เท่านั้นไม่พอเมื่อกรอกข้อมูลแล้ว เด็ก ๆ จะได้แต้ม มีการเลื่อนขั้น ได้ปรับยศ และ ยังมีคลิปที่ถ่ายตำรวจจริง ๆ ออกมาขอบคุณ

คือแบบเล่นใหญ่อ่ะ

หลังจากที่ได้เริ่มใช้ พบว่า App ช่วยให้เด็ก ๆ ได้สนุกไปกับการบันทึกอาการเจ็บป่วย จากเดิมที่ให้บันทึกอาการลงบนกระดาษ เด็ก ๆ เคยเข้ามาบันทึกอาการเพียง 11% กลายเป็นเด็ก ๆ ได้เข้ามาบันทึกอาการถึง 90% เลยทีเดียว

ซึ่งข้อมูลที่ได้นี้มีประโยชน์มากต่อทีมแพทย์ในการวางแผนการรักษาให้กับเด็ก

ตัวอย่างนี้บางคนอาจจะบอกว่า ก็ทำเป็นเกมเป็นเรื่องราวให้เด็กเล่น เด็กก็ต้องสนุกสิ เดี๋ยวตอนหน้ามาดูตัวอย่างของ Gamification สำหรับผู้ใหญ่กันครับ

Gamification: เกมมิฟิเคชั่นต่างจากการเล่นเกมอย่างไร


#Gamification ตอนที่6

เรื่อง Gamification นี้ยังถือว่าใหม่มากในเมืองไทย ซึ่งอาจจะสร้างความสับสนได้ว่าอะไรเป็นหรือไม่เป็น Gamification


ก็มีรูปนึงครับ ที่อธิบายความแตกต่างของ Gamification กับสิ่งต่างๆได้ดี

รูปนี้ได้แบ่งออกเป็น 4 ช่อง

โดยแกนตั้ง คือ “Gaming” กับ “Playing” หลัก ๆ คือ เกมจะมีกติกา มีเป้าหมาย แต่การเล่นคือการเน้นที่ความสนุก ไม่ได้มีกติกาตายตัว จะเป็น Free Play ซะกว่า และ แกนนอนคือ การแบ่งว่ามีองค์ประกอบเพียงบางส่วน หรือทั้งหมด

มุมซ้ายบน คือ ในทุกองค์ประกอบคือเกม สิ่งนี้ได้แก่เกมทั่วไปที่เราเล่นนั่นเองครับ เช่น เกมมือถือ เกมคอมพิวเตอร์ บอร์ดเกม เพราะมันคือเกมทั้งหมดไม่มีสิ่งอื่นเจือปน อันนี้ตรงไปตรงมา

ในขณะที่มุมซ้ายล่าง คือ การเล่นในทุกองค์ประกอบ สิ่งนี้จะเรียกว่าของเล่นครับ เช่นหุ่นยนต์ เลโก้ เป็นต้น นี้ก็ตรงไปตรงมาเช่นกัน


เกมมิฟิเคชั่นของเราจะอยู่ในช่องขวาบน เพราะคือการปรับเอาความเป็นเกมมาเป็นองค์ประกอบบางส่วนที่ไม่ใช่เกม


ในขณะที่ช่องขวาล่างซึ่งคือการเอา “การเล่น” มาปรับใช้เพียงแค่บางส่วน จะถูกเรียกว่า Playful Design ซึ่งคือการออกแบบกิจกรรมในการเรียนการสอน หรือ การอบรมให้มีสีสันไม่น่าเบื่อ เช่น แทนที่จะให้นักเรียนมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน แต่เปลี่ยนเป็นให้นักเรียนออกมาทำการแสดงแทน เป็นต้นครับ


ความสับสนจะเกิดระหว่าง Playful Design กับ Gamification โดยเฉพาะเวลามีการนำเกมมาปรับใช้ เช่น การนำเกมทอยลูกเต๋ามาสอนวิชาความน่าจะเป็น จะถือได้ว่าเป็น Playful Design เพราะคือการทำให้เนื้อหาสนุกและเข้าใจง่ายมากขึ้น ในขณะที่หากเป็นเกมมิฟิเคชั่นจะเน้นที่การส่งเสริมพฤติกรรม เช่น มีการให้แต้มเมื่อเข้าเรียนหรือเมื่อทำการบ้านส่งตรงตามเวลา

อะไรประมาณนี้ครับ

ผลโพลตลาดบอร์ดเกมหลังCovid … “เตรียมตัวรอรับการซึมยาว!” …

วันก่อนผมได้ทำโพลง่ายๆ เรื่องตลาดบอร์ดเกมหลังเปิดเมืองจาก Covid
มีหลายท่านเมตตาเข้ามาทำโพล รวมทั้งหมด 65 ท่าน

ผลก็ออกมาตามนี้ครับ
ตอนแรกจะทำ infographic ให้แหล่มๆ แต่ไปๆมาๆ ได้แค่นี้หล่ะครับ กราบขออภัย

1) ข้อมูลส่วนตัว …

1.1 จากผลพบว่า ท่านที่มีมาทำโพลเกือบทั้งหมด จะเป็นคนในวัย 22-45 ก็ประมาณว่าวัยเริ่มตั้งตัว จนถึงเกือบๆจะวัยกลางคน ซึ่งเป็นวัยที่เป็นกำลังซื้อหลักของวงการบอร์ดเกม และ ส่วนใหญ่ก็ไม่ยอมเปิดเผยว่าชอบผลไม้อะไร 555

2) ตลาดบอร์ดเกมหลังเปิดเมือง

2.1 การซื้อเกม – ครึ่งนึงบอกว่า คงกลับมาซื้อเหมือนเดิม แต่ว่า 45% บอกว่า คงจะซื้อน้อยเกมลง หลักๆก็เพราะเศรษฐกิจไม่ดี

2.2 การไปร้านเกม – ครึ่งก็บอกว่า คงกลับไปร้านเกมเหมือนเดิม แต่ว่า 1/3 บอกว่า เปิดเมืองแล้วก็ยังไม่ไป รอดูสถานการณ์ Covid ต่ออีกซักพัก แปลว่าโดยรวมเปิดเมืองแล้วร้านเกมคงยังไม่กลับมาคึกคักได้เร็วนัก

2.3 การซื้อบอร์ดเกมออนไลน์ – เหมือนเดิม! คือส่วนใหญ่บอกว่าคงจะซื้อเหมือนเดิม ไม่มากไม่น้อยลง ทั้งนี้ก็มีบางท่านบอกว่าจะซื้อมากขึ้น บางท่านก็ซื้อน้อยลง แต่จำนวนพอกัน ก็ถือว่าเจ๊ากัน

2.4 การขายเกมมือสอง – ข้อนี้น่าสนใจ เพราะว่า 35%คิดว่าเริ่มๆอยากจะขายเกมมือสอง แปลว่า ตลาดเกมมือ2 น่าจะคึกคักขึ้น อันนี้ก็ไม่รู้เหตุผลนะว่าทำไมถึงขายเกมมือ2 กันเยอะขึ้น เสียดายที่ไม่ได้ถาม เดาว่า น่าจะเป็นเพราะเรื่องเศรษฐกิจ

3) อื่นๆ

3.1 การเล่นบอร์ดเกมออนไลน์ – เหมือนเดิม ไม่ต่างจากก่อนปิดเมือง … คือ คนเล่นเพิ่ม ก็พอๆกับคนเล่นน้อยลง แถมมีอีกตั้ง 40% ที่ไม่ได้เล่นเลย … อันนี้ก็แปลกใจนิดๆ นึกว่าจะเล่นกันเยอะขึ้น

สุดท้ายนี้ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันนะครับ

Gamification: เกมแปลว่าอะไร? ตอนที่ 2

#Gamification ตอนที่5

อีกนิยามนึงของเกมที่ผมชอบครับ

Game is a series of interesting choices โดย Sid Meier นักออกแบบเกม Civilization ชื่อดัง

เรื่องคำว่า Choice นี่ก็คุยกันได้ยาวนะครับ
ว่า interesting หรือ meaningful choice แปลว่าอะไร

เกมมันสนุกก็เพราะ การมี Interesting Choice อย่างต่อเนื่องนี่ล่ะครับ

กลับมาดูเรื่องงานในแต่ละวันของเราบ้าง
เต็มไปด้วย Assignment ที่เรียงรายอย่างต่อเนื่อง มีน้อยที่เราได้เลือกงานทำเอง

มันเป็นธรรมชาติของคนเรานะครับ ที่ต้องการได้เลือก ได้กำหนดเอง (Autonomy)

การได้เลือกว่าเย็นนี้จะกินอะไรระหว่างกระเพราหมู กับ กระเพราไก่
คนมักจะรู้สึกดีกว่า ถูกบังคับให้กิน ราดหน้า

Autonomy เป็น 1 ใน 3 ตัวหลักของ Intrinsic Motivation
ไว้วันหลังมาเล่าให้ฟังต่อว่าคืออะไร และ จ๊าบยังไง


ปล. เพิ่งรู้ว่าวิธีทำ Gif เลยหัดทำดู
ตอนแรกกะทำเป็นเรื่องราว วิ่งหลบ กระโดดนี้ วิ่งไล่จับแบบบ้านผีปอบ

แต่ทำไปทำมา แค่นี่ก่อนละกัน 😛

Gamification: เกมแปลว่าอะไร?

#Gamification ตอนที่4

เชื่อมั้ยครับว่า จริงๆเกมเนี่ยไม่ได้มีนิยามที่ชัดเจน

แบบว่าได้มีนักคิดหลายคนได้พยายามให้คำอธิบายไว้
ก็มีดีๆหลายอันนะครับ แต่อันนึงที่ส่วนตัวผมชอบมาก เพราะสื่ออะไรหลายๆอย่างได้ดีคือ นิยามของ Bernard Suits ที่ว่า

“the voluntary attempt to overcome unnecessary obstacles”.

แปลประมาณว่า ความเต็มใจที่จะพยายามเอาชนะอุปสรรคที่ไม่จำเป็น

คือชอบนิยามนี้มาก เพราะ ถ้าเราสังเกตดูให้ดี จะเห็นว่าจริงๆแล้วแต่ละเกมเนี่ยล้วนแล้วแต่มีความท้าทาย มีอุปสรรค ให้เราเอาชนะทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นต้องผ่านด่านต่างๆ สะสมแต้ม เก็บทรัพยากร

ซึ่งไอ้ความยากลำบากทั้งหลายในเกมเนี่ย …ไม่จำเป็นอะไรกับชีวิตเราเลย

แต่ที่เด็ดกว่าคือ พวกเรากับเต็มใจที่จะทำ (Voluntary attempt) 555
ประเด็นเต็มใจทำนี่สำคัญนะครับ ว่าอะไรคือสิ่งที่จูงใจให้คน ”เต็มใจทำ”

คือมันเป็นหลักจิตวิทยาที่ซ่อนอยู่ในเกม ที่เรียกกันว่า Engagement Element ไม่ใช่แค่ Fun นะ แต่มันระดับ Engagement เลย

ประมาณว่า ทำให้บางคนตื่นเช้ามา สิ่งแรกที่ทำคือหยิบมือถือขึ้นมาเล่นเกมได้ก่อนแปรงฟัน แถมยังยอมเติมเงินเข้าไปในเกมด้วย

Gamificaiton ก็เหมือนกันครับ
แก่นของมันคือ ทำให้คน ”เต็มใจ” ทำบางสิ่งบางอย่าง ด้วยเทคนิคของเกม

ผมเคยคุยเรื่องออกแบบระบบ Gamification กับผู้บริหารบางท่าน
ท่านบอกว่าเดี๋ยวจะบังคับให้ทุกคน เข้ามาใช้ระบบนี้ … เดี๋ยวๆๆ พี่เข้าใจผิดละ

ผมรู้สึกว่าทุกวันนี้เราเคยชินกับการบังคับนะ
ถ้าไม่สั่งให้เค้าใส่ KPI เดี๋ยวเค้าจะไม่ทำ ถ้าไม่หักเงินเดือน เดี๋ยวคนงานจะไม่ตั้งใจ

คือ คนเราจริง ๆ ก็เต็มใจทำสิ่งต่าง ๆ ได้ … และ Gamification ก็มาตอบโจทย์ตรงนี้ได้

ส่วน Engagment Element มีอะไรบ้าง เดี๋ยวตอนหน้าๆมาคุยกันครับ

Book Review: Key Management Models, 3rd Edition

เล่ม 16 /2020

ดีนะ ดีมาก แต่ไม่ต้องอ่านก็ได้ 555

คือเป็นหนังสือรวม framework ดีๆเยอะมาก เอาไว้ใช้ได้เลย บอกตั้งแต่ ภาพใหญ่ การเอาไปใช้ ข้อพึงระวัง

เนื้อหาครบถ้วนมาก … แต่ …ถ้าไม่สนใจตรงนี้ก็ไม่ต้องอ่านก็ด้ายยย

คือผมทำงานด้าน Strategy Planning ไง เลยสนใจตรงนี้ อ่านเอาหลักคิด แล้วเก็บไว้เป็น Handbook

จริงหนังสือก็ยังไม่อัพเดทมากนะ เช่น ยังไม่มี OKR ไรงี้

จริงๆไอ้พวก Framework เหล่านี้ถ้าใช้เป็นแล้วดีมากนะ แล้วหนังสือเล่มนี้ก็ลงลึกมากไม่ได้ อย่างเช่น SWOT เนี่ย ดูเป็นของง่ายๆ แต่ถ้าเข้าใจแล้วจะว้าวมาก เวลาเอา SWOT ไปทำ TOWS

สรุป หนังสือดี แต่ไม่ต้องอ่านก็ได้ 55

Book Review: Million Dollar Habits

เล่มที่ 15 /2020

งั้นๆ ไม่ต้องอ่านก็ได้

คือ เค้ารวม Habits ดีๆที่น่าสนใจไว้ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ Million Dollar หรอก ตั้งชื่อ เก๋ๆไปอย่างนั้นเอง เนื้อหาเหมือนเขียน Blog ซะมากกว่าหนังสือ ส่วนใหญ่จะเป็นแนว Positive Thinking กฏแรงดึงดูด ส่วนนึงที่ไม่ชอบ

สิ่งที่ผมได้จากหนังสือเล่มนี้
Meditation
– เป็นนิสัยดีที่น่าฝึกฝน ข้อนี้ส่วนตัวสนใจมากนะ กะว่าปีนี้จะทำให้เป็นนิสัยใหม่ หลังจากปีที่แล้วยพยายามฝึกให้ตัวเองอ่านหนังสือได้ทุกวัน เขียน Page ทุกวัน … คือตอนนี้รู้สึกว่า อ่านหนังสือ กับ เขียน page ได้ทุกวันแบบ effortless แล้ว

อีกอย่าง ตอนนี้ตะวันตกสนใจเรื่องการทำสมาธิมาก ส่วนตัวเชื่อว่า หลัง Covid นี่ เราอาจเห็นฝรั่งมานั่งสมาธิกันเยอะขึ้น เพราะ เชื่อว่าหลายคนพอได้อยู่กับตัวเองนานๆ มันจะคิดอะไรบางอย่างได้

ผมเชื่อนะว่า พวกเราที่ WFH กันนานๆ บางทีมันก็อดไม่ได้ที่จะทบทวนอะไรบางอย่าง อย่างผมนี่ก็ได้คิด ได้ทบทวนอะไรหลายๆอย่าง มีหลายเรื่องที่ตัดสินใจได้ซักที

สรุป ไม่ต้องอ่านก็ได้ ชีวิตไม่ได้พลาดอะไรไป

Book Review: Think Like a Game Designer

เล่ม 14 /2020

ดีมาก ดีสุดๆ แนะนำให้อ่าน สำหรับใครที่สนใจการออกแบบเกม ไม่ว่าจะเป็นบอร์ดเกมหรือเกมใดๆ

คือส่วนตัวผมศึกษาแนวทางการออกแบบเกมมาพอสมควร ซึ่งแต่ละเล่มที่อ่านมาก็จะดีต่างกันไป แต่พบว่าเล่มนี้เขียนได้ครบ กระชับ ตัวอย่างดีมาก ทุกไอเดียที่สอนในเล่มนี้ครบถ้วนมาก บอกได้เลยว่าคนแต่งเป็นนักออกแบบเกมที่เข้าใจหลักจิตวิทยาและหลักคิดของเกมอย่างแท้จริง

หนังสือไม่ยาว แค่ 200 กว่าหน้า แต่เป็น 200 กว่าหน้าที่เนื้อๆ เน้นๆ ไม่มีน้ำ

สิ่งที่ผมได้จากหนังสือเล่มนี้

1. A game designer uses the interaction fo players and rules to create an experience of the audience ชอบแนวคิดที่ว่าเกมคือการเล่าเรื่อง เราเหมือนคนงาน ที่ทำงานใน feeling factory

2. จะออกแบบเกมต้อง เล่นเกมให้เยอะ ดูคนเล่นเกมให้เยอะ และ สังเกต “Emotion” ของคนเล่นระหว่างเกม

3. การออกแบบเกม เริ่มจาก หา Experince ของผู้เล่นที่อยากจะสร้าง … อันนี้สำคัญ หลายๆคนมักจะลืมไป เพราะมักจะนึกถึงกลไก หรือ ธีมก่อน

4. เกมที่ดี เริ่มจากเกมที่ suck

5. ระหว่าง play test ถ้าผู้เล่นบอกว่าอะไรไม่ดี ให้ฟังเพราะมันมักจะจริง แต่ถ้าผู้เล่นบอกให้แก้ยังไง ให้ฟังหูไว้หู เพราะอาจจะไม่จริง … ผู้เล่นจะรู้ดีว่าเกมนี้สนุกหรือไม่สนุกตรงไหน แต่สกิลของนักออกแบบเกมคือ อ่านระหว่างบรรทัดให้ออกว่า จริงแล้วผู้เล่นต้องการอะไร เพราะหลายครั้งผู้เล่นก็ไม่ทราบ หรือ บรรยายไม่ได้ว่าตนต้องการอะไร อันนี้เหมือน design thinking

6. ทำเกมให้เรียบง่ายที่สุด ตัดสิ่งที่รุงรังออกไป ไม่ว่าจะเป็นกลไก หรือ อุปกรณ์ … ขั้นตอนนี้ยาก เพราะตอนออกแบบทุกสิ่งล้วนดีมีเหตุผล การตัดจึงเป็นเรื่องทำใจได้ยาก และ ค้นหายากว่าอะไรบ้างที่ตัดได้ ตัดแล้วเกมจะดีขึ้นได้อย่างไร

7. Make Player Instincts Correct .. อันนี้ล้ำ … คือ เวลาเล่นเกม ผู้เล่นปรกติจะเล่นโดยสัญชาติญาณ นักออกแบบเกมต้องเคารพตรงนี้ กติกาต้องทำให้สัญชาติญาณของผู้เล่นมัน work และตรงนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นการออกแบบสายต่างๆในการเล่นเกม ซึ่งเกมจะช่วยให้เกมสนุก

หนังสือยังสอนรายละเอียดต่างๆเช่นว่า Resource มีกี่แบบ Strategy มีกี่แบบ Fun คืออะไร ไปจนขั้นตอนการออกแบบ ข้อพึงระวัง และ สอนยาวไปยันการผลิต การทำ UI และ การ Marketing

สรุปว่า อ่านได้ ดีมาก สุดยอด แนะนำเลย ส่วนตัวมองว่า หนังสือไม่ได้ลิมิตอยู่แค่การออกแบบเกม แต่สามารถปรับใช้กับงานเชิงสร้างสรรค์ต่างๆได้อีกมาก

Book Review: Magic Square

เล่ม 13 /2020

หนังสือสอนทริกสนุกๆเกี่ยวกับตัวเลข
คือให้เพื่อนบอกเลขอะไรมาก็ได้ แล้วเราจะวาดตารางซึ่งสามารถบวกได้เลขที่เพื่อนบอก …

ซึ่งเลขสามารถบวกได้หลายมุมมาก บวกยังไงก็ได้
ดูตัวอย่างในรูปละกัน เข้าใจง่ายกว่า

ในรูป เราจะเขียนให้เลขบวกได้ 35

ซึ่งทริกนี้ ใช้ได้กับเลข 2 หลักอะไรก็ได้
ก็ขำๆ สนุกๆ เอาไว้หลอกเด็กในบ้าน ยาม work from home ครับ