6 ตุลา ลืมไม่ได้ จำไม่ลง

เล่มที่ 21

เป็นหนังสือบันทึกเหตุการ์การสังหารหมู่เมื่อวันที่ 6 ตุลา

ซึ่งไม่ได้เขียนจากมุมของนักศึกษาในวันนั้น เท่านั้น

แต่ยังรวมถึงบทสัมภาษณ์ของกลุ่มกระทิงแดง ทหาร และ คนทั่วไปว่าแต่ละคนมองย้อนกลับไปมองวันนั้นอย่างไร

หนังสือยังได้วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของมุมมองของสังคมต่อเหตุการณ์วันนั้น

จากที่เคยเป็นเหตุการณ์ของความภูมิใจของใครบางคน เมื่อเวลาผ่านไปก็กลายเป็นเรื่องอิหลักอิเหลื่อ ที่หลายคนไม่อยากยอมรับว่าตนเองมีส่วนเกี่ยวข้อง

ฝั่งคนชนะ วันนี้บ้างก็ว่าตัวเองโดนหลอกใช้ บ้างก็ว่าตัวเองเป็นแพะของเหตุการณ์ บ้างก็ยังภูมิใจ

หลักๆก็ก็อธิบายว่ามันเป็นความจำเป็นของสถานการณ์ โดยลืมหลักการพื้นฐานไปว่ามันไม่มีความจำเป็นต้องทำขนาดนี้

.

แต่ยังไงนักศึกษาและประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยก็เป็นผู้พ่ายแพ้อยู่ดี

แม้แต่ชื่อ สังคมก็ยังเรียกวันนี้ว่า 6 ตุลา เฉยๆ

ทั้งที่มันคือวันสังหารหมู่

.

เรื่องที่เศร้าที่สุดที่ได้อ่านคือบันทึกของพ่อแม่ ที่ตามหาลูกที่หายไปจากนั้นเป็นเวลา 20 ปี

เศร้ามาก เศร้าจนน้ำตาซึม

.

เป็นหนังสือที่บันทึกได้ดีมากนะ อยากให้ลองอ่านกันดีและสะเทือนใจ จนต้องหยุดอ่านต่อเป็นระยะๆ

หนังสือ 300 กว่าหน้า อ่านจบได้ไม่นาน เพราะเพลินและมีหลายจุดให้ฉุกคิด

สะเทือนใจมาก มากจนไม่รู้บรรยายยังไง

……………………………………..
WordPress: https://beyondboard.blog/
YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA
Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86
……………………………………….

เด็กชายในชุดนอนลายทาง

เด็กชายในชุดนอนลายทาง



เล่มที่ 21

สนุกมากกก เป็นวรรณกรรมเยาวชนอ่านสบายๆ แต่ไปพีคและระเบิดเป็นโกโก้ครั้ชในตอนจบ

แนะนำให้อ่านกัน

ก็ไม่รู้จะรีวิวยังไงดี แบบว่าเดี๋ยวสปอย
หาอ่านกันเถอะ ไม่เสียดายตังค์แน่นอน

.


เนื้อเรื่องเท่าที่เล่าได้คือ
เป็นเรื่องราวของ เด็กชายชาวเยอรมันชื่อบรูโน่
ได้ไปเจอกับเพื่อนใหม่ ที่ใส่ชุดนอนลายทาง

นั่งอยู่ในรั้วพร้อมคนอื่นอีกมากมายที่ใส่ชุดนอนเหมือนกัน


.


พีคจริง 5ดาวเลย



……………………………………..
WordPress: https://beyondboard.blog/
YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA
Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86
……………………………………….

การเมืองเรื่องพระพุทธรูป

การเมืองเรื่องพระพุทธรูป

เล่มที่ 20

หนังสือว่าด้วยประวัติศาสตร์ การเกี่ยวกับพระพุทธรูปและการเมือง ในช่วงร.1-5

คือพระพุทธรูปเนี่ย ไม่ได้มีความสำคัญแค่ในมิติความเชื่อ ศาสนาอย่างเดียว เป็นที่เคารพบูชา เป็นพระประจำเมือง
แต่ยังเกี่ยวพันนัวเนียกับเรื่องการเมืองด้วย

.

เช่นในยุคต้นรัตนโกสินทร์ ร.1 สร้างบ้านสร้างเมือง นโยบายหนึ่งที่ทำคือ รวบรวมพระจากหัวเมืองทางเหนือ มาไว้ในกรุงเทพ ด้วยเป้าหมายจะให้เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาพุทธ

พอมาในร.3 ก็เริ่มเปลี่ยนไปเน้นทางเศรษฐกิจ เริ่มสนใจวัฒนธรรมและวัตถุจากจีน มีการรับวัฒนธรรมการตั้งเครื่องบูชาแบบจีนมาใช้บูชาพระพุทธรูป แม้ไม่มีหลักฐานชัดแต่สันนิษฐานว่า ตอนนี้เป็นช่วงเริ่มต้นที่คนนำพระเข้ามาบูชาในบ้าน ซึ่งเป็นอิทธิพลจากวัฒนธรรมจีน

ถึงร.4 ก็เริ่มมีความก้าวหน้าในการคิดเพราะอิทธิพลตะวันตก การอธิบายประวัติพระเริ่มเป็นประวัติศาสตร์ มี Timeline ไม่ได้เล่าแบบตำนานอภินิหารเหมือนบันทึกสมัยก่อน เช่นมีการพยายามวิเคราะห์ประวัติ ที่ไปที่มาในอดีตของพระแก้วมรกต ว่าสร้างสมัยไหน หินอะไร เป็นฝีมือช่างอะไร เป็นต้น ง่ายๆคือ ร.4เหมือนเป็นผู้เริ่มความเกี่ยวกับวัตถุแบบใหม่ ไม่ใช่จารีต ความเชื่ออย่างเดียว ซึ่งส่งผลมาถึงร.5

.

ก็เป็นหนังสือที่อ่านได้เรื่อยๆ เป็นหนังสือวิชาการ มีประวัติรายละเอียดพระแต่ยุคเป็นกระตั๊ก เช่นว่า ขนาดหน้าตักเท่าไหร่ โน่นนั่นนี่
ส่วนตัวอ่านแล้วก็ ไม่ได้หวือหวามาก แต่ก็ช่วยให้เข้าใจมุมมองของศาสนากับการเมืองได้ดีมากขึ้นเลยทีเดียว

.

อ่านแล้วก็ต้องบอกว่า ศาสนากับการเมืองไม่เคยแยกออกจากกัน
ที่แยกไม่ออก เพราะการเมืองได้เอาศาสนามาเป็นเครื่องมือเสริมอำนาจให้กับตนเอง

……………………………………..
WordPress: https://beyondboard.blog/
YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA
Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86

……………………………………..

Build Borrow or Buy

Build Borrow or Buy

เล่มที่ 19

เป็นหนังสือแนวบริหารธุรกิจ ว่าด้วยการจัดสรรทรัพยากร

ภาพกว้างคือ โดยแต่ละองค์กรมักจะมองว่า เวลาทรัพยากรเราไม่พอ เราจะทำยังไงดี เช่น กำลังการผลิตไม่พอ คนไม่พอ โน่นนั่นนี่
เราก็จะคิดกันว่า เราควรจะสร้างมันขึ้นมา [Build] ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนปรับปรุงสายการผลิต หรือ พัฒนาบุคลากร

แต่การทุ่มลงทุนสร้างไปทั้งหมดโดยไม่ดูภาพรวมอาจจะเกิดปัญหา Overinvest และ Implementation Trap ได้
ซึ่งเราสามารถแกได้ด้วยทางอื่นนอกจาก Build เช่น เราสามารถ ยืม [Borrow] ก็ได้ หรือจะไปซื้อ [Buy] มาเลยก็ได้เช่นเดียวกัน

ที่นี้รายละเอียดเป็นยังไง
.
1) Build
หนังสือบอกว่า ถ้าทรัพยากรนั้นที่ขาดมันสำคัญต่อเรามาก (Strategic Resource Gap) เป็น Core ของเราเลย
เราควรเลือกพิจารณาในการสร้างมันขึ้นมาเอง ลงทุนเพื่อให้มันอยู่กับองค์กรเรา

2) Borrow
แต่ถ้าไม่ใช่ หรือว่า เวลาไม่ทันสร้างไม่ทัน แต่ต้องปิด Gap แล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ Borrow
แปลว่า ไปยืมความสามารถของคนอื่น ซึ่งได้แค่ Borrow via Contract … ง่ายๆคือ ไปจ้างคนอื่นทำแทนนั่นเอง

แต่ถ้าจ้างไม่ได้ เช่นเค้าก็อยู่ในธุรกิจเดียวกัน เราก็อาจเลือก Borrow via Alliance หรือเป็นพันธมิตรกันไปเลย
เหมือนพวกสายการบินที่เค้าทำกัน

3) Buy
ต่อมาคือ ถ้าไป Borrow ก็ยังหาไม่ได้ เราก็อาจพิจารณาการ ซื้อกิจการไปเลย การซื้อมักเป็นไปเพื่อ ซื้อเทคโนโลยี หรือ ขยายฐานลูกค้าเป็นต้น
วิธีนี้จะใช้เวลานาน ไม่เร็วเหมือน Borrow

4) แต่ถ้า Build ก็ไม่ได้ Borrow ก็ไม่มี พอจะ Buy ก็ไม่มีใครขาย
อันนี้ต้องมาทบทวนละ ว่าตั้งเป้าผิดตรงไหน

.

แนวคิดนี้ใช้ได้กับการบริหารทรัพยากรบุคคลด้วย ซึ่งบางทีก็จะเรียกอีกสูตรว่า Build-Borrow-Buy-Bridge ถ้าสนใจก็ไปศึกษากันต่อได้

ก็เหมาะสำหรับคนที่กำลังวางแผนเพิ่มศักยภาพขององค์กร ว่าจะใช้แนวทางยังไง และ เมื่อไหร่ดี
หนังสือเขียนเข้าใจง่าย เป็นระบบ เห็นภาพกว้างได้ดี

……………………………………..
WordPress: https://beyondboard.blog/
YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA
Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86

……………………………………..

หนังสือเกม “เหยื่อ”

เหยื่อ

เล่มที่18

เป็นหนังสือเกม ที่แบบว่าให้เราได้เลือกทำว่าอยากทำอะไร แล้วก็พลิกไปหน้าต่างๆ
เล่มนี้โดย Siam Board Games สยามบอร์ดเกม ก็สนุกดีนะ เล่นไปได้เรื่อยๆ

เนื้อเรื่องก็ประมาณว่า เราบุกเข้าคฤหาสน์เพื่อไปช่วยลูกสาวที่ถูกจับตัวไป
เริ่มต้นอาจจะดูเหมือนนิยายต่อสู้ แต่ไปเรื่อยๆ พบว่ามันบรรเจิดไปใหญ่ไปโตกว่านั้น

ถือว่าพล๊อตสนุกเลยทีเดียว

ตอนที่เล่นนี่หลงทางในคฤหาสน์ไปมา จนงงไปหมด
แถมระว่างเล่นต้องคอยสังเกตดูว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในแต่ละช่องบ้าง ไม่ได้อ่านไปเรื่อยๆ

ระหว่างเล่นได้อารมณ์เหมือนหนังเรื่อง Edge of Tomorrow ที่แบบว่า ตายแล้วตายอีก ตายจนเบื่อ ตายจนจำได้ว่าต้องทำอะไรต่อ 5555
ตายจนเบื่อ แต่ก็อยากเล่นว่าจะไปจบยังไง

ก็ไม่ได้ยากมากนะ แค่ต้องค่อยๆคิดค่อยๆทำไป
ใครว่างๆ อยากย้อนอดีตอ่านหนังสือแบบนี้ก็ลองได้ครับ

……………………………………..

WordPress: https://beyondboard.blog/
YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA
Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86

……………………………………….

เปรมาธิปไตย

เล่มที่ 17

รวมประวัติทางการเมืองของป๋าเปรม ที่ว่าก้าวขึ้นสู่อำนาจ และ มีการบริหารผลประโยชน์ของขั้วอำนาจต่างๆในยุคนั้นได้อย่างไร
นอกจากนี้จะรวมถึงรายละเอียดต่างๆของยุคนั้น เน้นการรัฐประหารต่างๆที่เกิดขึ้น

ซึ่งยุคนี้ส่งผลกระทบต่อยุคถัดมาอย่างเลี่ยงไม่ได้
.

ยุคนี้เราจะเรียกกันว่ายุคประชาธิปไตยครึ่งใบ (หรือบ้างก็เรียกว่า ประชาธิปไตยแบบไทยๆ)

ถามว่าทำไมถึงเรียกแบบนี้ หนังสือบอกว่า มันคือการที่ระบบราชการมีอำนาจสูงสุดในการกำกับนโยบายและเป็นกลไกขับเคลื่อน โครงสร้างอำนาจแบบอุปถัมภ์ยังคงเดิม และ ทหารกับเทคโนเครตมีบทบาทในเชิงนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

หนังสือได้เสนอว่า แนวคิดแบบประชาธิปไตยครึ่งใบนี้ได้สร้างระบบความคิดให้กับสังคมไทยว่า เสถียรภาพและความมั่นคงเกิดขึ้นได้ภายใต้สถาบันมหากษัตริย์และกองทัพ ไม่จำเป็นต้องมีเสเถียรภาพและความมั่นคงจากระบบประชาธิปไตย

หรือที่นักวิชาการเรียกว่า ประชาธิปไตยที่คนไทยไม่เท่ากัน

ซึ่งได้ทำให้ป๋าเปรมกลายเป็นภาพลักษณ์ของกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่สามารถเชื่อมกลุ่มต่างๆเข้าด้วยกันได้ เช่น กองทัพ นักการเมือง นักธุรกิจ เทคโนเครต และ สถาบันพระมหากษัตริย์

.

ก็เป็นหนังสือที่อ่านได้เพลิน ซึ่งการวิเคราะห์ของหนังสือ จะเน้นไปทางขั้วอำนาจต่างๆ แต่ไม่ได้มีการพูดถึงภาคประชาชนเท่าไหร่
ซึ่งหนังสือได้พยายามบอกว่า การบริหารแบบนี้ มันมีความจำเป็น ของยุคสมัย

แต่ก็นั่นแหล่ะ การเรียกว่าประชาธิปไตยครึ่งใบ เป็นการเล่นคำให้ดูดี เพราะครึ่งใบก็แปลว่ายังไม่เป็นประชาธิปไตยนั้นเอง

……………………………………..
WordPress: https://beyondboard.blog/
YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA
Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86

……………………………………….

กลยุทธ์ 3000 ปี

เล่มที่ 16

เป็นหนังสือการ์ตูน วาดภาพสรุปกลยุทธ์ของนักคิด ต่างๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
โดยจะทำเป็นสรุปใจความสำคัญ พร้อมคำอธิบายนิดหน่อย

ก็เน้นเยอะ เน้นหลายคน วาดภาพให้อ่านง่าย

คือเป็นหนังสือประหลาดอย่างนึง ตรงที่ผมอ่านแล้วรู้สึกว่า จะวาดรุปเยอะไปไหน วาดเป็นการ์ตูนเลย
แต่ความเด็ดคือ แนวคิดเค้าสรุปตรงประเด็นจริงๆ เหลือแต่แก่นของแต่ละแนวคิด ของแต่คนคนจริงๆ

เพียงแต่ว่า พอจะเน้นปริมาณและเอาแต่แก่นๆแบบนี้ มันเลยไม่ได้ลงรายละเอียด จนรู้สึกว่าเบาโหว่ง
คือแก่นมันชัด แต่พอวาดเป็นการ์ตูนแล้วมันเปลืองกระดาษไง เลยรู้สึกว่า แต่ละหน้ามันไม่มีเนื้อเยอะมากนัก

แต่พออ่านจนจบแล้วชอบนะ ชอบในความสามารถในการสรุปของคนเขียน สรุปดีจริง

ก็เป็นอีกเล่มที่ไม่รู้ว่าจะแนะนำให้อ่านต่อดีมั้ย เพราะลงไม่ลึกพอที่จะเข้าใจในทุกรายละเอียด แต่ก็กว้างมากหลากหลาย และ จับใจความได้ดี แถมเป็นการ์ตูนอีก มันเลยดูงงๆ
แต่ยังขอบอกว่าเป็นหนังสือดีนะ แค่นึกไม่ออกว่ามันจะเหมาะกับใคร
.
ส่วนตัวอ่านจบปั๊ป (อาจจะเพราะทำงานด้านนี้) พอได้เห็นสรุปใจความของแต่ละแนวคิดแบบนี้มันเกิดไอเดียไปทำงานต่อเยอะมากเลย แบบมันลิ้งบางอย่างหากันได้

การอ่านหนังสือหลายๆเล่ม เราไม่ต้องการได้อะไรมากมายจากหนังสือทุกเล่ม แค่ได้บางมุมมองดีๆ จากหนังสือบางเล่ม นี่ก็คุ้มละครับ

………………………………………

FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86


……………………………………….

The Way Thai leads

The Way Thai leads

เล่ม 15

เป็นหนังสือฝรั่ง ที่เชียนด้วยเรา ลักษณะการทำงานของคนไทย ที่จะเน้นเรื่อง “หน้าตา”
โดยหนังสือบอกว่า “หน้าตา” ของคนไทยนั้นถือได้ว่าเป็น Social Capital (ทุนทางสังคม) ของคนไทย

ซึ่งอาจดูเป็นเรื่องไม่คุ้นเคยสำหรับต่างชาติ คนเลยได้พยายามสรุป เพื่อให้ต่างชาติเข้าใจกัน
.
ตัวอย่างในหนังสือ ฝรั่งคนเขียนเค้าได้ไปร่วมงานประชุมกับผู้ใหญ่ท่านนึง หลังจากประชุมเสร็จ ก็มีการมารวมตัวถ่ายรูปหน้าตึก ก่อนกลับ ก็มีคนชวนฝรั่งคนนี้ไปร่วมงานตอนบ่าย ก็เป็นงานที่ผู้ใหญ่ท่านนี้เป็นประธาน ฝรั่งคนเขียนก็บ่ายเบี่ยง เพราะไม่เกี่ยวกัน แต่ก็ไปในที่สุด

เป็นการพิธีเปิดอะไรซักอย่าง ผู้ใหญ่กล่าวเปิด มีพิธีโน่นนี่ แล้วเลิกงาน
ฝรั่งคนนี้ไม่ไ้ด้ทำอะไรเลยนอกจากนั่งนิ่งๆ ทีนี้เค้าก็ไปถามคนชวนว่า ชวนเค้ามาทำไม

คนชวนก็บอกว่า การมีฝรั่งนั่งในงาน มันจะทำให้ ผู้ใหญ่ท่านดูดี แค่นั้นแหล่ะ
.

คำศัพท์สำคัญ ที่คนเขียนพยายามสรุปมา และ ต่างชาติควรรู้ไว้คือ “หน้าตา” “ชื่อเสียง” “เกียรติ” “บารมี” และ “ศักดิ์ศรี” คนเขียนพยายามอธิบายมากว่า แต่ละคำมันแปลว่าอะไร แตกต่าง และ สำพันธ์เชื่อมโยงกันยังไง ถึงขนาดวาดออกมาเป็น Model

ทีนี้ พอมีหน้าตาแล้ว สิ่งต่อมาก็คือ การใช้ Power ต่อกันซึ่งจะแบ่งออกเป็น “อำนาจ” “อิทธิพล” และ “บารมี”
และ เมื่อผู้ได้รับความช่วยเหลือแล้วก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า “บุญคุณ”

ทั้งนี้ในสังคมไทย บางคนอาจจะมีอำนาจสั่งการ แต่บางคนจะมีอำนาจเงิน ก็จะทำให้เกิดการจับขั้วกันของอำนาจเพื่อส่งเสริมซึ่งกันและกัน

.

หนังสือยังไปไกลถึง “การเสียหน้า” ว่าเกิดจากอะไรได้บ้าง เช่น จะเสียหน้าถ้าต้องยอมรับว่าผิด หรือ จะเสียหน้าถ้าต้องแสดงออกว่าไม่รู้ เป็นต้น
และการ “ได้หน้า” ว่าเกิดจาก การที่ลูกน้องมีผลงาน นายจะได้หน้า (แต่ถ้านายทำดี ลูกนอกมักจะไม่ได้หน้า) หรือ การได้ซื้อบัตรงานการกุศลเยอะๆ เป็นต้น

แต่ทว่าสังคมไทย แม้จะจริงจังกับเรื่องหน้าตา แต่คนไทยก็ยังนิยมการปิดทองหลังพระ
การทำดีโดยไม่หวังหน้าตา จะได้รับการนับถือมากที่สุด

.

จริงๆถ้าอ่านก็ไม่รู้สึกว่าได้อะไรใหม่ เพราะมันเป็นเรื่องที่เราเข้าใจดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังอ่านสนุก และ รู้สึกว่าคนเขียนทำการบ้านมาดีมาก คำแปลแต่ละคำนี้ตรง ไม่ได้แปลผิด

ก็อ่านดูเหมือนจะแรง แต่ไม่รู้สึกว่าเค้าด่าคนไทยนะ เค้าเขียนหนังสือบอกชาวต่างชาติด้วยกันว่าคนไทยเป็นแบบนี้หล่ะ ถ้าจะมาจะได้เข้าใจตรงนี้ไว้
อ่านไปก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะ หรือ ร้องไห้ดี

ก็เห็นภาพการทำงานของรัฐไทย และ ราชการได้ชัดเจน

………………………………………

FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86


……………………………………….

Gamification เกมมิฟิเคชัน จูงใจคนด้วยกลไกเกม

ตื่นเต้นๆ ได้จับหนังสือตัวเองแล้ว
เขียนอยู่เป็นปี ออกมาก็บางกว่าที่คิดแฮะ

.

ที่มาของเล่มนี้คือ เริ่มเมื่อเกือบสิบปีก่อน เราก็เล่นบอร์ดเกมเยอะ แล้วก็สนใจว่าเกมเอาไปทำอะไรได้บ้าง ก็เลยได้เจอกับ Gamification แบบว่าเฮ้ยเจ๋งดี
ทีนี้ก็หาหนังสือมาอ่าน จนไปลงเรียนคอร์สเกี่ยวกับเรื่องนี้

พอเวลาผ่านไป ได้เริ่มทำเพจนี้ ซึ่งบางทีว่างๆก็เล่าเรื่อง Gamification บ้าง จนมาถึงวันนึงแถวๆปี 2018 ก็รู้สึกว่าเรื่องมันน่าจะเป็นกระแสสำคัญในอนาคตนะ น่าจะเป็นเรื่องคนจะพูดถึงและเอามาใช้กัน เหมือนพวก Lean, Agile, Design Thinking

ก็เลยเริ่มเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้เพื่อนที่งานฟังแบบจริงจัง เริ่มไปสอน นำเสนอโปรเจค ก็มีคนบอกว่า น่าจะมีหนังสือไทยเรื่องนี้บ้าง จริงๆก็เคยหนังสือเรื่องแนวนี้มาก่อนบ้าง แต่มันหาไม่ได้ง่ายๆ ก็เลยคิดต่อว่าน่าจะมีคนแปลหนังสือฝรั่ง

ทีนี้ก็เริ่มคิดเล่นๆว่าจะแปลเองดีมั้ย ก็ลองไปปรึกษาพรรคพวกที่เคยเขียนหนังสือ ก็ได้มาหลายไอเดีย หนึ่งในนั้นคือเขียนเอง

ที่เขียนเองก็เพราะ เราอยากได้หนังสืออ่านสบายๆ เห็นภาพรวมกว้างๆของ Gamification ให้คนทั่วไปที่ไม่รู้จัก ไม่ได้เล่นเกม ได้เห็นภาพกว้างตรงนี้ เห็นประโยชน์ โดยไม่ต้องลงลึกไปจนถึง UX/UI หรือ ออกแบบจริงจัง

ก็ลองร่างๆเล่นๆดูว่าถ้าเขียนจะเป็นไง

จนมาวันนึง ได้ไปเป็นกรรมการงานออกแบบบอร์ดเกม ปั้นกระดาน#2 ของ Lanlalen ลานละเล่น ได้เป็นกรรมการร่วมกับพี่ยุ้ย Fringer on Board Games ก็เลยไปลองปรึกษาดู ซึ่งพี่ยุ้ยก็บอกว่า น่าสนใจ ให้ลองเขียนส่งสำนักพิมพ์ Saltread เลย

สนุกมาก ระหว่างเขียนได้เรียนรู้อะไรเยอะมากเลย เชื่อมะ เล่มแค่นี้เขียนอยู่ 1 ปีเต็มๆ นอนตีสองเป็นว่าเล่น เพราะตอนนั้นลูกยังอ่อนและมีงานประจำทำ เขียนๆ แก้ๆ แล้วก็ให้คุณภรรยาช่วยอ่าน ซึ่งเค้าแนะนำได้เยอะมาก ว่าคนที่ไม่ได้เล่นเกมจะอ่านรู้เรื่องมั้ย งงมั้ย พอส่งไปให้บก. ก็มานั่งลุ้นว่าบก.จะว่าไงบ้าง ปรากฎได้คอมเม้นท์มาเพียบ ก็นอนตีสองต่อไปอีก

จนสุดท้ายก็ได้มาเป็นเล่มอย่างที่เห็นทุกวันนี้

ก็พอใจนะ เพราะเจตนาคือ อยากให้คนไม่เล่นเกม อ่านแล้วเข้าใจ เห็นภาพกว้างว่า Gamification คืออะไร แล้วถ้าพอใครสนใจทำแล้วก็สามารถไปจ้างมืออาชีพมาทำต่อได้เลย แต่อย่างน้อยคุณก็ได้เข้าใจแล้วว่าคืออะไร ไม่ใช่คิดว่า ทำเกมตอบคำถามชิงรางวัลก็เป็น Gamification แล้ว

.
สุดท้ายก็ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนด้วยนะครับ
ส่วนตัวผมนี่ อยากบอกว่าการเขียนหนึงสือเล่มนี้ได้เรียนรู้อะไรเยอะมากๆจริง

ท่านใดอ่านแล้ว ดีไม่ดียังไง ติชมได้เลยนะครับ

………………………………………

FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86


……………………………………….

ความเป็นมาของคำสยาม, ไทย ลาว และขอม

ความเป็นมาของคำสยาม, ไทย ลาว และขอม

เล่ม14

อ่านแล้วเหมือนดูหนังเรื่อง Tenet ที่มึน ไม่รู้เรื่อง แต่สนุกมากกก
ไม่เคยอ่านหนังสืออะไรที่ อ่านแล้วไม่รู้เรื่องได้ขนาดนี้ แต่กลับสนุกได้ขนาดนี้

เหมือนเป็นเด็กน้อย ที่ไม่เข้าใจว่าผู้ใหญ่คุยอะไรกัน แต่ก็นั่งฟังด้วยความเพลิดเพลิน

.

ขอเล่าประวัติก่อน หนังสือนี้เป็นการค้นคว้าวิจัยของ จิตร ภูมิศักดิ์โดยใช้เวลาเขียน 7 ปีตอนอยู่ในคุก ซึ่งเมื่อเขียนเสร็จแล้ว ก็ส่งต้นฉบับให้เพื่อน คุ้นๆว่า บอกว่า มีโอกาสก็ให้ตีพิมพ์ หรือ ช่วยค้นคว้าต่อเพิ่มเติม ใครรู้เกล็ดประวัติศาสตร์ตรงนี้ ช่วยคอนเฟิร์มด้วยนะครับ

แต่พอเพื่อนอ่านก็ตัดสินใจ ใส่กล่องฝังดินไว้เป็นเวลานับ 10 ปี จนหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 จึงมีการขุดขึ้นมาตีพิมพ์ โดยถูกตีพิมพ์ครั้งแรก 5,000 เล่ม ซึ่งเยอะมากกกกก แต่ส่วนใหญ่ถูกเผาทิ้งทำลายในสมัยธานินทร์ กรัยวิเชียรเป็นนายกรัฐมนตรี

แต่เมื่อเวลาผ่านไป … หนังสือเล่มนี้ก็ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน

ถือว่าเป็นหนังสือที่มีประวัติ โหดจัดๆเลยทีเดียว

.

หนังสือเกี่ยวกับอะไร ทำไมประวัติมันถึงได้โหดขิงๆขนาดนี้

เพราะหนังสือเล่มนี้ ได้เสนอมุมมองถึงที่มาคำว่า “สยาม” “ไทย” เป็นต้น ซึ่งเป็นการท้าทายความเชื่อเรื่องที่มาของประเทศเรา …

วันนี้อาจจะไม่ใหม่ แต่วันนั้นถือว่าแรงมาก

.

คือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ว่าด้วยนิรุกติศาสตร์ (การเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ของภาษา) โดยจิตรพยายามค้นคว้าว่า คำว่า ”สยาม” “ไทย” นี้มีที่มาจากอะไร มันประวัติความเป็นยังไง

ใจความคือ จิตรสรุปว่า “ไทย” เป็นคำใช้เรียกตัวเอง ในขณะที่ “สยาม” เป็นคำที่ชนชาติอื่นเรียกเรา

ซึ่งจิตรย้อนกลับไปถึงว่า ชนชาติต่างๆที่เรียกเราว่าสยามเนี่ย เค้าเรียกเราเป็นภาษาถิ่นว่าอะไร ไม่ว่าจะเป็นพม่า ลาว ชาวเผ่าต่างๆ ภาษาจีน คือจิตรขุดไปไกลมาก ไกลจนเกินขอบเขตความรู้ผมจะเข้าใจได้ เพราะจิตรได้วิเคราะห์ภาษาเผ่า ภาษาเชื่อชาติต่างๆ ไปยันการผันเสียง

เท่านั้นไม่พอ ยังมีการไปศึกษาถึงวรรณกรรม เรื่องเราของชนชาติต่างๆ มีการโยงประวัติศาสตร์ ว่าใครเกิดอะไรขึ้น ในยุคต่างนั้นภาษาได้วิวัฒนาการไปอย่างไร

ประมาณว่าถ้าเป็นสนามหญ้า จิตรก็ถางหญ้าไปกว้างมากกกกก แล้วแต่ละหน้าก็ขุดลงไปลึกด้วย

อ่านแล้วรู้เลยว่าคนนี้นี่นักคิดนักปราชญ์ตัวจริง … ซึ่งงานเขึยนนี้ก็เห็นมีคนบอกว่าไม่ถูกต้องทั้งหมด ซึ่งก็ไม่แปลก มันเป็นงานวัจัยที่ควรต่อยอดกันมาเรื่อย

.

สรุปว่า แนะนำให้อ่านมั้ย เอาจริงก็บอกว่าไม่ขนาดนั้น หนังสือเขียนดีมากนะ โคตรดีเลย แต่ไม่มีพื้นด้านภาษาเลยแบบผมก็จะแบบว่า งงๆหน่อย แต่ถ้าจะเอาเอามุมประวัติศาสตร์ อยากศึกษาผลงานของจิตร หรือ ชอบเรื่องเรื่องแนวนี้ เล่มนี้ห้ามพลาดครับ

………………………………………

FB: https://m.facebook.com/TrangCatan

YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA

Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86


……………………………………….