ได้คิด จน คิดได้ ตอนที่ 8: การออกแบบบอร์ดเกม

cropped-dye_catan_150618_065020491478711.jpg

เป็นบทความที่ผมเคยเขียนลง http://afterword.co/blog/ ครับ

“A good game will stay with us all our lives. A good game makes us long to play it again.” 

หลังจากกลับจากแข่งคาทานชิงแชมป์โลก มีหลายโปรเจคเกี่ยวกับบอร์ดเกมวิ่งเข้ามาหาผมแบบชนิดตั้งตัวไม่ทันเลยครับ ซึ่งก็สนุกมากครับที่ได้ไปมีส่วนร่วมกับโปรเจคต่างๆ และขอขอบคุณทุกๆท่านที่เมตตาผมนะครับ

มีโปรเจคหนึ่งที่ผมสนุกกับมันมากเลยครับ สนุกมากจนทำให้ผมหยุดรีวิวบอร์ดเกมมาพักหนึ่งแล้ว นั่นคือ โปรเจค”ออกแบบบอร์ดเกม” ครับ

ว่ากันตามจริง ผมก็นั่งๆคิดบอร์ดเกมมาหลายเกมแล้วครับ แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรมากมาย คิดไปเรื่อยๆแล้วจดเก็บไว้ จนกระทั่งมีเพื่อนที่รู้จักกัน มาชวนว่า สนใจจะออกแบบบอร์ดเกมเพื่อสอนธรรมะเด็กๆมั๊ย โดยที่ว่าเกมจะให้อิงจากหนังสือของพระสังฆราชองค์ที่แล้ว ที่ชื่อ “จิตตนคร” ครับ

ผมนี่ตอบรับทันทีแบบไม่ต้องคิดเลยครับ ตอนนี้คิดเกมมาได้หลายส่วนแล้วครับ ไอเดียหลั่งไหลมากๆ จะว่าไปก็ไม่ได้คิดอะไรใหม่หมดหรอกครับ คือ มันเหมือนกับว่า ไอ้ที่เราเคยนั่งคิดเล่นๆมาหลายปี ซึ่งก็ไม่ได้ประติดประต่อเป็นเรื่องเดียวกัน อยู่ๆมันก็มาร่วมร่างเป็นเรื่องเดียวกันได้เฉยเลย โดยที่มีธีมหนังสือจิตตนครมาเป็นตัวเชื่อมครับ

ถามว่าความยากของการคิดบอร์ดเกมคืออะไร หลักๆก็ ทำยังไงให้มันสนุกครับ ที่นี้ผมก็ศึกษาจาก internet รวมถึง อ่านหนังสือเกี่ยวกับการออกแบบเกมว่า ทำยังไงคนถึงจะสนุกเวลาเล่นเกม ก็พอได้ข้อสรุป (ส่วนตัว) มาประมาณนี้ครับ

  • Originality – เกมมันต้องมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่ซ้ำซากเหมือนเกมอื่นๆ
  • Replayability – ผู้เล่นต้องรู้สึกว่าเล่นซ้ำๆได้ ไม่ใช่ว่า เล่นกี่ครั้งๆก็เหมือนๆเดิม แบบนี้ไม่สนุกครับ ตัวอย่างเช่นเกมคาทานที่แต่ละเกมเราต้อง set up กระดานใหม่ๆ ซึ่งทำให้เราต้องวางแผนใหม่ๆทุกครั้งที่เล่น ซึ่งมันทำให้แต่ละเกมดูสดใหม่เสมอ
  • Surprise – เกมต้องมีอะไรที่คาดเดาไม่ได้ ให้ผู้เล่นรู้สึกตื่นตาตื่นใจอยู่เสมอ เช่น เกม Camel Up! ที่ผมเคยแนะนำไป เกมนี้ Surpriseเต็มเกมเลยครับ ฮากระจัดกระจาย
  • Opportunity to win – ทุกๆคนที่เล่นต้องมีโอกาสที่ชนะเท่าๆกันครับ และ ที่สำคัญคือ ทุกคนต้องมีความรู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิ์ชนะจนนาทีสุดท้าย ไม่ใช่ว่านั่งเบื่อรอเกมจบ เพราะรู้ว่าตัวเองไม่ชนะแน่ๆ อย่างเช่นเกมเศรษฐีครับ ที่บางคนโดนปล้นจนล้มละลายหมดตัวไปแล้ว ทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากนั่งเบื่อๆรอเกมจบ
  • No elimination – ไม่มีผู้เล่นถูกกำจัดออกไปจากเกม ทุกคนได้นั่งสนุกร่วมกันจนจบเกม
  • Control the Result – ผู้เล่นต้องคาดหวังผลลัพธ์ของการกระทำตัวเองได้ครับ ไม่ใช่ว่าทำอะไรลงไปแล้ว แต่ต้องมาลุ้นอีกทีว่าผลจะเป็นยังไง เช่นในเกม Risk ที่พอเราเวลาเราจะยกทัพไปโจมตีเพื่อน เรากับเพื่อนต้องมาทอยเต๋าวัดดวงกันว่าใครจะชนะ ถ้าเป็นแบบนี้มันก็วางแผนอะไรไม่ได้ครับ มันใช้ดวงมากเกินไป

จริงแล้วมีปัจจัยมากกว่านี้นะครับ แต่ที่ว่ามานี่คือหลักๆที่สำคัญเลย (อย่างน้อยก็สำหรับผม :P) ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ โปรเจคนี้ผมจะทำให้ออกมาให้ดีที่สุดครับ

ได้คิด จน คิดได้ ตอนที่ 7: เกมยอดเยี่ยมแห่งปี

 

เป็นบทความที่ผมเคยเขียนลง http://afterword.co/blog/ ครับ

ในวงการบอร์ดเกมโลก เค้ามีการแจกรางวัลเกมยอดเยี่ยมแห่งปีครับ เรียกว่า Spiel des Jahres (ภาษาเยอรมัน แปลว่า Game of the Year)

รางวัลนี้เค้าจะแจกทุกปีครับ เริ่มแจกกันมาสามสิบกว่าปีแล้ว! ตั้งแต่ปี 1979 รางวัลนี้เทียบได้กับ ออสการ์ของวงการเกมเลยครับ ชนิดที่เค้ามีการประเมินเลยว่า เกมที่ได้รางวัลนี้ ยอดขายเกมจะเพิ่มเป็น 300,000 -500,000 ชุดเลยทีเดียว

โดยมาก เกมที่ได้รับรางวัล Spiel des Jahres นี้จะเป็นเกมประเภท Family Game คือเล่นได้ทั้งครอบครัว สนุกสนานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ไม่ง่ายเกินไป และ ไม่ยากจนเกินไป

ตัวอย่างเกมดังๆในบ้านเราที่ชนะรางวัลนี้ก็เช่น the Settlers of Catan และ Ticket to Ride เป็นต้น

ซึ่งปีล่าสุด (2014) ที่ผ่านมานี้ เกมที่พึ่งชนะไปก็คือเกม Camel Up! ครับ

แต่จะว่าไปรางวัลนี้ บางปี ถ้ามีเกมอื่นที่เด็ดๆ เค้าก็จะให้รางวัลพิเศษออกมาครับ เช่น เกม Agricola ที่ในปี 2008 ได้รางวัลพิเศษ Complex game

ทีนี้ พอมีการให้รางวัลเกมยอดเยี่ยมแห่งปีที่เน้นเกมสำหรับครอบครัวไปแล้ว ต่อมาในปี 1990 เค้าก็มีการแจกรางวัลเพิ่มขึ้นอีกรางวัลครับ ชื่อ Deutscher Spiele Preis รางวัลนี้จะเน้นให้รางวัลกับเกมประเภท Game for Gamer แปลง่ายๆก็คือเกมที่เล่นยากๆ โหดๆ สะใจๆ หน่ะครับ

ดังนั้น ในแต่ละปี ก็จะมี 2 เกมที่ได้รางวัลเกมยอดเยี่ยมแห่งปี จาก 2 สถาบัน

แต่เชื่อมั้ยครับ มีอยู่บางเกม ที่ดีจัดๆ จนสามารถชนะ 2 สถาบันได้ในปีเดียวกัน ซึ่งโอกาสได้มันยากมากครับต้องเป็นเกมที่ดีจริงๆ เกมที่ได้แชมป์ 2 สถาบันก็มีเพียงแค่ 5 เกมคือ

  1. 2009 : Dominion
  2. 2001 : Carcassonne
  3. 1999 : Tikal
  4. 1996 : El Grande
  5. 1995 : The Settlers of Catan

ที่วงการเกมเค้าทำรางวัลนี้ออกมา ก็เพื่อหวังที่จะกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวในการเล่นเกม และ หวังยกระดับเกมให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผมก็ว่าประสบความสำเร็จนะ บอร์ดเกมในต่างประเทศเป็นที่นิยมมาก และ ตัวเกมเองก็พัฒนาไปไกลกว่าเกมเศรษฐีที่เรารู้จักเยอะเลย ทั้งในแง่ความสนุกสนาน และประโยชน์ที่ได้จากการเล่นเกม

จะว่าไป ก็ไม่แปลกนะ ที่บ้านเค้าจะพัฒนาไปได้ไกลกว่าเรา เพราะดูแค่เกมตามบ้าน เค้ายังให้ความสำคัญขนาดนี้เลย ผมเชื่อนะ ว่าเกมเนี่ยจะเป็นสื่อง่ายๆ ที่บ้านเราสามารถเอามาช่วยพัฒนาเด็กๆ และสังคมไทยเราได้ครับ มาเล่นบอร์ดเกมกันเถอะครับ

ถ้าไม่รู้จะเริ่มจากเกมไหน ก็ดูเกมที่ได้รางวัล Spiel des Jahres แต่ถ้ายังไม่รู้จะเลือกเกมไหนอีก ผมเชียร์ The Settlers of Catan ครับ สำหรับผมเกมนี้เวลาได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นเกมอมตะครับ

อ้างอิง

http://en.m.wikipedia.org/wiki/Spiel_des_Jahres 

http://en.m.wikipedia.org/wiki/Deutscher_Spiele_Preis

ได้คิด จน คิดได้ ตอนที่ 6: บอร์ดเกมแฟร์ที่เยอรมัน

 

 

เป็นบทความที่ผมเคยเขียนลง http://afterword.co/blog/ ครับ

“Playing Board game is like reading a book. You are not only enjoying, but you also always learn something”

หลังจากที่ผมได้ไปแข่งขันเกม Catan ชิงแชมป์โลกที่เบอร์ลิน โชคดีมากครับที่อาทิตย์ถัดมาเยอรมันเค้าจัดงานบอร์ดเกมแฟร์ ( Spiel Essen 2014) พอดีที่เมือง Essen

งานนี้ถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเยอรมันครับ แต่จริงๆแล้วถ้าจะบอกว่างานนี้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกก็ไม่ผิด เพราะเยอรมันถือได้ว่าเป็นเมืองหลวงแห่งบอร์ดเกม

ในงานนี้ค่ายเกมใหญ่ๆของโลกต่างเปิดตัวเกมใหม่ๆ มีนักออกแบบเกมมาแจกลายเซ็น มีการออกโปรโมชั่นต่างๆ และ ที่น่าสนใจคือ ในงานนี้ ค่ายเกมต่างๆจะเปิดโต๊ะให้คนมานั่งเล่นเกมฟรีครับ มองไปทางไหนก็มีแต่คนนั่งเล่นเกม แบบว่าบรรยากาศสนุกสนานเสียงดังมาก ครึกครึ้นสุดๆ และอีกอย่างคือ ในงานนื้ถือเป็นโอกาสดีที่บริษัทในวงการเกมจะได้มาพบปะสนทนาธุรกิจกัน  และแน่นอนครับผมไมได้ไปคุยอะไรกับเค้าหรอก ผมไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาเฉยๆ กระผมมันแค่นักเล่นเกม

มีอย่างหนึ่งที่ผมสังเกตได้จากงานนี้ครับ ซึ่งน่าสนใจมากๆ คือ คนเยอรมันมาเดินงานนี้เยอะมาก มากขนาดที่ว่าแถวซื้อตั๋วนี่ เค้าว่า ต่อคิวยาวเป็นชม.เลย ถ้าผมไม่ได้ซื้อตัวล่วงหน้า คงแย่เหมือนกัน

เชื่อมั้ยครับคนเยอรมันที่มาเดินในงาน ไม่ใช่เนิร์ดอย่างที่บ้านเราเข้าใจกัน แต่เป็นครอบครัวเพื่อนฝูงครับ พ่อแม่จูงลูกมาเลือกซื้อเกมกลับบ้าน เพื่อนมาเดินซื้อเกมไปเล่นด้วยกัน บางคนลากกระเป๋าเดินทางมาเลยครับ มาขนเกมกลับไปเล่น

จะว่าไปมันเหมือนกับงานสัปดาห์หนังสือบ้านเรานะครับ ที่ใครๆก็มากันเป็นเรื่องปรกติ

อีกอย่างที่น่าสนใจคือ เค้ามีการแจกลายเซ็นของนักออกแบบเกม (Game Designer) ครับ สำหรับบ้านเค้านักออกแบบเกมก็เหมือนกับนักเขียนครับที่มีแฟนคลับมีคนยกย่อง ขนาดว่า ในหน้าปกกล่องเกมต่างๆ เค้าจะมีการใส่ชื่อผู้ออกแบบเกมไว้เลย บางเกมนี่ แค่เห็นชื่อคนออกแบบก็ซื้อได้เลยไม่ต้องคิด เช่น Uwe Rosenberg หรือ Stefan Feld เป็นต้น

ภาพลักษณ์ของบอร์ดเกมในต่างประเทศมันเป็นภาพลักษณ์ที่ดีครับ เป็นสิ่งที่คนบ้านเค้าให้ความสำคัญและสนับสนุนให้เล่นกันมาเป็นสิบๆปีแล้วครับ เพราะมันเป็นกิจกรรมในครอบครัวที่มีประโยชน์และสามารถเล่นได้ด้วยกันทั้งครอบครัว

เพื่อนชาวเยอรมันของผมเล่าว่า ตอนเด็กๆแม่เค้าจะไม่ให้ดูทีวี ดังนั้นพี่น้องก็ต้องมานั่งเล่นบอร์ดเกมกัน หรือ พี่อีกคนหนึ่งที่เคยไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่เยอรมัน เค้าเล่าว่า ตอนเค้าไปอยู่ที่โน่น (นานมาแล้ว) บ้านที่เค้าไปพักด้วยมีกฎว่า ต้องครอบครัวต้องเล่นบอร์ดเกมด้วยกันคืนละเกมก่อนนอน

บรรยากาศงาน บอร์ดเกมแฟร์ ( Spiel Essen 2014) บังเอิญผมได้ไปถ่ายคลิปบรรยากาศงานมาด้วยครับ  ลองเข้าไปดูได้ครับจะได้เห็นภาพว่ามันสนุกสนานแค่ไหน

ได้คิด จน คิดได้ ตอนที่ 5: การพัฒนาวงการเกมในมุมมองของผม

images (7)1771759931..jpg

เป็นบทความที่ผมเคยเขียนลง http://afterword.co/blog/ ครับ

“If I’ve seen further than others, it is by standing upon the shoulders of giants.” – Isaac Newton

เมื่อวันที่ 11 – 12 ตุลาคม ที่ผ่านมา ผมได้ไปเข้าร่วมงานแข่ง Catan ชิงแชมป์โลก Catan World Championship 2014 (CWC 2014) ที่ประเทศเยอรมันนีครับ

การแข่งขันนี้จะจัดทุก 2 ปีครับ ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่ไทยเราได้เข้าร่วม งานนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 64 คน จาก 33 ประเทศ โดยในการแข่งขันรอบแรกจะเป็นรอบคัดตัว ที่ต้องแข่งกันทั้งหมด 4 เกม แล้วใครมีคะแนนสะสมสูงที่สุด 16 คน ก็จะได้เข้าไปสู่รอบ Semi Final และ Final ตามลำดับ

น่าเสียดายครับ ที่ผมตกรอบคัดตัว ไม่ได้ติด 16 คนสุดท้ายไปเข้ารอบ Semi Final

แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ได้ประสบการณ์หลาย ๆ อย่างเลย นอกเหนือจากประสบการณ์การแข่งขันแล้ว … สิ่งที่ผมว่าสำคัญมากคือ ผมได้เห็นว่าผู้เล่นบอร์ดเกมของต่างประเทศ เค้ามีการศึกษาการเรียนรู้บอร์ดเกมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การบันทึกเกม การวิเคราะห์เกม ไปจนถึงการรวบรวมสถิติต่าง ๆ

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมตื่นตาตื่นใจมากที่สุดคือ แต่ละคนไม่มีใครหวงความรู้กันเลยครับ คือแต่ละคนพร้อมจะสอนกันและกัน ว่าใครมีเทคนิคยังไง มีกลยุทธ์ลูกเล่นดี ๆ ยังไง มันเหมือนกับว่า เป็นงานที่ผู้เชี่ยวชาญเกมคาทาน มาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กันครับ ผมได้มาคุยกับพวกเค้าแค่ 2 วันที่นี่ ผมก็ได้อะไรกลับไปอีกเพียบเลยครับ

ที่เจ๋งคือ มันมีเทคนิคการเล่นอย่างนึงครับ ที่ผมค้นพบมันก่อนจะเดินทางมาเยอรมัน ผมว่ามันเป็นเทคนิคที่น่าสนใจ แต่ผมยังใช้ได้ไม่คล่องและยังไม่รู้ว่าต้องใช้ยังไงให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่พอมาแข่งแล้วพบว่า เทคนิคที่ผมอุตส่าห์คิดขึ้นนี้ พวกฝรั่งเค้าใช้กันทุกคนเลยครับ แถมใช้ได้ทะลุมิติกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก

อันนี้เลยทำให้ผมคิดว่า จริง ๆ แล้วประเทศทางตะวันตก เค้าพัฒนากันไปได้ไกล อาจจะเป็นเพราะเค้าไม่แคร์ที่จะแชร์ความรู้ครับ เค้าไม่กลัวว่าคนอื่นจะรู้เท่ากับเรา แต่เค้าจะกลัวว่า มีอะไรอีกมั้ยที่เค้ายังไม่รู้มากกว่า นี่ขนาดว่ากำลังจะแข่งขันชิงแชมป์โลก เค้าก็ยังแชร์ความรู้และแลกเปลี่ยนกันตลอดเวลา ขนาดผมมาจากประเทศเล็ก ๆ ยังมีคนมาขอคุยด้วยเลยครับเรื่องเทคนิคการเล่น …

คือ จะว่าไปก็อาย ก็ความรู้ผมมันแค่มวยวัดน่ะครับ แต่พอเล่าให้เค้าฟัง เค้าบอกว่าขอบคุณมาก เพราะเค้าไม่เคยนึกถึงอะไรแบบนี้มากก่อน

กลับมาไทยรอบนี้ ผมอยากจะเผยแพร่ความรู้ที่ผมได้มาทั้งหมด ให้กับคนที่สนใจเล่นเกมคาทานครับ อยากให้ความรู้ได้ต่อยอด ไม่อยากให้แต่ละคนต้องมาเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ เผื่อว่าแข่งชิงแชมป์โลกคราวหน้า จะมีคนไทยได้ติดเข้ารอบ Semi Final กับเค้าบ้าง

แต่ถามว่าใครอยากจะมาเรียนรู้ แล้วเรียนไปได้อะไร ก็นั่นสินะครับ บอร์ดเกมบ้านเรามันยังถูกมองเป็นของเล่น เป็นงานอดิเรก มากกว่ากีฬาจริงจัง … แต่ไม่เป็นไรครับ ถ้าเราไม่เริ่ม แล้วใครจะเริ่ม จริงมั้ยครับ

แนะนำบอร์ดเกม บอร์ดเกม ไม่ได้มีแต่เกมที่ต้องใช้กระดานนะครับ มันยังมีเกมพวกที่เป็นการ์ดเกม รอบนี้ขออนุญาตแนะนำการ์ดเกมระดับสุดยอด ชื่อเกม Bohnanza ครับ เกมน้ีเหมือนจะเล่นง่าย แต่คิดได้ลึกซึ้งสนุกสนานมาก ที่สำคัญ ใครสนใจหรือศึกษา Game Theory จะสนุกกับเกมนี้มาก!

ได้คิด จน คิดได้ ตอนที่ 4: ความฝันสำหรับวงการบอร์ดเกม

เป็นบทความที่ผมเคยเขียนลง http://afterword.co/blog/ ครับ

10301421_642261672516950_7866426144549661035_n (1)

วันที่ 10 – 12 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ ผมจะไปที่ประเทศเยอรมันนีเพื่อไปแข่งเกมคาทาน (the Settlers of Catan) ชิงแชมป์โลกครับ การแข่งคาทานชิงแชมป์โลกนี้ มีมาหลายปีแล้วครับแต่สำหรับคนไทยเราพึ่งมีโอกาสได้ไปเข้าร่วมเป็นครั้งแรก

การแข่งขันจะจัดทุกๆ 2 ปีครับ โดยสถานที่จัดจะสลับกันจัดระหว่างประเทศเยอรมันนีและอเมริกา

ซึ่งก็อย่างที่ผมบอกไปตอนต้นครับว่าปีนี้จัดที่เยอรมันนีเมืองเบอร์ลิน ส่วนปีที่ไม่มีชิงแชมป์โลก เค้าจะมีชิงแชมป์ทวีปยุโรป กับ แชมป์ทวีปอเมริกาเหนือแทน ผู้เข้าแข่งขันก็มาจาก 33 ประเทศครับ รวมถึงแชมป์โลกคนที่แล้ว (แชมป์โลกปี 2012) แชมยุโรป2013 และ แชมป์อเมริกาเหนือ 2013

สำหรับวงการบอร์ดเกม งานนี้ยิ่งใหญ่มากครับเพราะเกมคาทานถือได้ว่าเป็นบอร์ดเกมอันดับหนึ่งของโลก แต่ละประเทศ มีการจัดแข่งขันเพื่อหาตัวแทนไปแข่งซึ่งจัดกันจริงจังมากครับ ผู้เล่นแต่ละคนมีการฝึกซ้อม วางแผน เตรียมตัวกันอย่างเป็นระบบ เช่นในประเทศมาเลย์เซีย มีการแข่งขันกันร่วมเดือนเลยครับ โดยแบ่งการแข่งขันเป็นหลายๆรอบเพื่อหาตัวแทนจากรัฐต่างๆ และ มาจบที่ชิงแชมป์ประเทศ

ก็น่าเสียดายนะครับที่ผู้เล่นบอร์ดเกมในไทยยังมีไม่เยอะนัก การแข่งขันเลยยังไม่ยิ่งใหญ่เหมือนประเทศเพื่อนบ้าน แต่ผมเชื่อว่าปีหน้าจะมีคนมาเข้าร่วมแข่งคาทานชิงแชมป์ประเทศไทยหลายร้อยคนแน่นอน และ ในอนาคตจะมีการแข่งขันชิงแชมป์ภาคต่างๆ เพื่อหาตัวแทนมาชิงแชมป์ประเทศแน่นอน

ผมเชื่อว่าการจัดอีเวนท์การแข่งขันจะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาวงการบอร์ดเกมไทยครับ เพราะผมมองว่ามันจะช่วยทำให้คนทั่วไปเข้าใจบอร์ดเกมดีขึ้นครับ ว่าบอร์ดเกมไม่ใช่แค่ของเล่น แต่เป็นเหมือนกีฬาชนิดหนึ่งได้เลยทีเดียวที่คนเล่นต้องมีการฝึกซ้อม การวางแผน และ การแข่งขัน นอกเหนือจากนี้การแข่งขันยังทำให้เรารู้สึกคึกคักด้วยครับ ประมาณว่าสนุกกว่าเล่นอยู่บ้านเฉยๆ 😀

ความฝันของผนนะครับ ผมอยากเห็นการแข่งขันบอร์ดเกมเกิดขึ้นในระดับโรงเรียนเลยครับ เช่นในการแข่งขันระหว่างโรงเรียน ในงานกีฬาสีเป็นต้น ฟังดูเพ้อฝันดีนะครับ แต่ผมเชื่อครับว่าถ้ามันเกิดขึ้นประเทศไทยเราจะดีขึ้นอีกเยอะครับ เพราะบอร์ดเกมมันเข้าถึงได้ง่ายกว่าหมากรุกแต่พัฒนาสมองได้ดีไม่แพ้กัน

แนะนำบอร์ดเกม นอกจากเกมคาทานแล้ว เกมอื่นที่มีชิงแชมป์โลกก็คือเกม Carcassonne ครับ เกมนี้เล่นง่ายมาก แต่สามารถเล่นได้ลึกซึ้งและซับซ้อนครับ ลองมาดูวิธีเล่นเกมนี้กันนะครับ

ปล.1 มีหลายๆคนถามผมว่า งานชิงแชมป์โลกนี้ถ้าชนะ ได้รางวัลอะไรบ้าง … เอาจริงๆนะ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ 😛

ปล.2 แข่งขันงานนี้ผมจริงจังมากครับ ทำสมุดจดบันทึกวิธีการเล่นและเทคนิคต่างๆไว้เลย นอกจากนี้ผมยังพยายามคำนวนความน่าจะเป็นของการกระจายตัวของตัวเลขไว้ด้วย

10599614_908764665819710_64659664391005897_n

10660138_908764635819713_6836759896967106159_n

ได้คิด จน คิดได้ ตอนที่ 3: ข้อคิดจากบอร์ดเกม

 

เป็นบทความที่ผมเคยเขียนลง http://afterword.co/blog/ ครับ

“The measure of intelligence is the ability to change” – Albert Einstein

ผมชอบเล่นหมากรุกมาตั้งแต่เด็กๆ ครับ มีความเซ็งที่เกิดกับผมเป็นประจำคือหมากรุกไทยจะโดนมองว่าเป็นของเล่นวินมอไซด์ ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นกีฬาด้วยซ้ำไป

ที่หนักคือผมเคยโดนอาจารย์ท่านนึงบอกว่าหมากรุกเป็นกีฬาชั้นต่ำ …

อันนี้ก็ว่าอาจารย์ท่านไม่ได้นะ เพราะบ้านเราคงมองหมากรุกแบบนี้จริงๆ ผมก็เกิดสงสัยว่า ทำไมหมากกระดานต่างประเทศถึงได้เป็นที่ยอมรับในของคนในประเทศเค้า เช่นว่า นักเล่นหมากรุกสากลจะได้รับการยอมรับว่าเป็นคนที่สุดยอดเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ หรือว่าที่ญี่ปุ่นเกมหมากล้อมถูกมองไปเป็นถึงขึ้นปรัชญาการใช้ชีวิต ปรัชญาการทำธุรกิจ

มันน่าสนใจนะครับ ที่ทำไมคนไทยเราไม่ได้มอง หมากรุกไทยในแง่ปรัชญาการใช้ชีวิตบ้าง ทั้งๆ ที่มันไม่ได้แตกต่างกันเลย

ผมเชื่อว่าหมากกระดานในไทยยังไม่เป็นที่ยอมรับเพราะขาด Value Added ในแง่ปรัชญาหรือในแง่ภาพลักษณ์นี่ล่ะครับ

จนกระทั่งผมได้มาเล่นหมากรุกอย่างจริงๆ จังๆ ได้รู้จักได้เป็นศิษย์ของเซียนหมากรุกไทย ซึ่งก็คือ อ. ไพศาล (เซียนบัง) เจ้าของฉายาจอมยุทธ์พันรูป ซึ่งผมเรียกท่านว่า ”จารย์บัง” ครับ สิ่งที่จารย์บังสอนผม ไม่ได้สอนแค่วิธีเล่นหมากรุก แต่สอนกระทั่งแนวคิด วิธีการใช้ชีวิต มุมมองชีวิตจากหมากรุก

(ปล. ผมไม่ได้ติดต่อจารย์บังหลังจากผมไปทำงานต่างประเทศ ทีนี้พอผมแข่งจนได้แชมป์คาทาน (The Settlers of Catan)  และ กำลังจะไปชิงแชมป์โลก ผมก็พยายามติดต่ออาจารย์อีกครั้งแต่พบว่าอาจารย์เปลี่ยนเบอร์มือถือไปละ ก็น่าเสียดายครับ ผมอยากจะไปรายงานความสำเร็จให้อาจารย์ท่านทราบ อยากจะบอกท่านว่า ผมได้แชมป์ประเทศไทยเพราะแนวคิดที่อาจารย์ทุ่มเทสอนผมเมื่อหลายสิบปีก่อน)

แนวคิดหนึ่งที่ผมปรับเอามาใช้ถึงทุกวันนี้ ผมเรียกมันว่า “สูตรเดียวสู้โลก” ….

คือว่า หมากรุกมันซับซ้อน หลากหลาย และ พลิกแพลง ทางหนึ่งที่เราจะช่วยให้เราเล่นหมากรุกได้ดีคือ มีหลักการที่ชัดเจนที่เรายึดถือไว้ ไม่ว่าใครจะมาอย่างไรเราก็ยึดหลักนี้ไว้แล้วเอามารับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลง

อันนี้จะว่าไปก็คล้ายๆ กับ เคล็ดวิชา “เก้ากระบี่เดียวดาย” ในกระบี่เย้ยยุทธจักร 555

หลักการนี้ผมก็ลองปรับเอามาใช้กับการเรียน จากเด็กเรียนงั้นๆ มาเป็นได้ 4 ทุกวิชาและเอ็นท์ติดวิศวฯ จุฬาฯ แล้วก็ยังใช้หลักการนี้มาปรับใช้ในการเรียนวิศวฯ จนถึงการทำงานเป็นวิศวกรทุกวันนี้

คือ ผมจะไม่เป็นคนที่จำทุกอย่าง แต่ชอบที่จะเสียเวลามาหาหลักการใจความของเรื่องที่กำลังทำ แล้วยึดมันไว้เป็นแก่น พอมีเรื่องราวปัญหาอะไรเกิดขึ้น เราก็ไม่ต้องไปสนใจในความซับซ้อนสับสน และหันมาดูที่หลักการ แล้วหาวิธีแก้ไขปรับปรุงให้ตรงจุด

ฟังดูง่ายใช่มั้ยครับ แต่ผมกลับเห็นว่า หลายๆ คนลืมประเด็นนี้ไป เวลาทำงานจริงๆ แต่จะว่าไปแล้วสิ่งที่สำคัญมากที่ผมได้มาจากจารย์บัง ไม่ใช่แค่แนวคิดจากหมากรุก แต่คือ การสร้างแนวคิดให้ตัวเอง เราสามารถจะหาข้อคิดและมุมมองได้จากสิ่งที่เราเข้าไปทำ

แต่ก็แปลกนะครับเพราะมันได้กลายเป็นนิสัยของผมไปแล้ว กับการเก็บเรื่องต่างๆ ที่ทำมาเป็นข้อคิดส่วนตัว ซึ่งปรกติก็ไม่พูดให้ใครฟังหรอกครับ ผมชอบเก็บมันเงียบๆ ไว้ในใจ อย่างมากก็เล่าแลกเปลี่ยนให้คุณภรรยาฟัง

จนไม่นานมานี้ เมื่อผมมาได้เล่นเกมคาทาน (The Settlers of Catan) ครับ …แนวคิดมุมมองมันพรั่งพรูออกมา แต่ละเกมที่ผมเล่น เหมือนผมได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ตลอดเวลาและได้ข้อคิดอะไรออกมาเรื่อยๆ ซึ่งมันแปลกและมันน่าสนใจมากครับ

แนวคิดที่สำคัญมากที่ผมได้จากการเล่นคาทานคือ Flexibility คือ ผมพึ่งมาตระหนักว่าการวางแผนที่ชัดเจนนั้นคือการวางแผนที่มี Flexibility

คือพอผมโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ผมเริ่มเข้าใจว่าจริงๆ แล้วชีวิตเรามันไม่ Solid แต่มัน Dynamic มันมีหลายๆ อย่างที่เราไม่รู้ เราไม่เห็น เราคาดเดาไม่ได้ ดังนั้นเราต้องวางแผนให้ชัดเจนมากพอแต่ก็ต้องยืดหยุ่นมากพอเช่นกัน …

ถามว่า เท่าไรถึงจะเรียกว่าพอดี อันนี้มันเป็นศิลปะแล้วครับ มันบอกเป็นสูตรสำเร็จไม่ได้ … ถ้าอยากจะฝึกตรงนี้ แนะนำให้เล่นคาทานเลยครับ เกมนี้จะฝึกให้คุณได้หัดการวางแผนแบบมี Flexibility ได้อย่างถึงกึ๋น 😀

แนะนำบอร์ดเกม ผมเคยทำคลิปสอนเล่นเกมคาทานไว้ ลองเข้าไปดูได้ครับ เพื่อจะได้ไอเดียว่าเกมนี้มันเป็นยังไง ทำไมมันถึงได้เป็นเกมที่ดีและโด่งดัง

 

ได้คิด จน คิดได้ ตอนที่ 2: โรคกลัวแพ้

pexels-photo-277052.jpeg

เป็นบทความที่ผมเคยเขียนลง http://afterword.co/blog/ ครับ

“The goal is to win, but it is the goal that is important, not the winning.” Reiner Knizia (Famous Board Game Designer)

ตอนที่ 2 แล้วนะครับ เกี่ยวกับ ข้อคิดที่ได้จากการเล่นบอร์ดเกม ความน่าสนใจอย่างหนึ่งของบอร์ดเกมนะครับ คือ มันคล้ายกับหมากรุก แต่เป็นหมากรุกที่มี Theme มีเรื่องราวสนุกสนาน และ ไม่เครียดเท่าหมากรุก

แต่พอมันคล้ายหมากรุก มันก็จะมีภาพว่ามันเป็น Brain Game ที่คนเล่นเก่งจะดูเป็นคนฉลาด และมันก็ทำให้เกิดมุมมองผิด ๆ ว่า คนที่เล่นแพ้คือคนโง่ หลาย ๆ คนที่เล่นบอร์ดเกมเลยมีโรคอย่างหนึ่งครับ ผมเรียกว่า “โรคกลัวแพ้”

โรคกลัวแพ้นี้มักจะเกิดกับคนที่เริ่มหัดเล่นใหม่ ๆ ครับ บางคนกลัวแพ้จนทะเลาะกับเพื่อนจนร้องไห้ไปเลยก็มี

มันก็น่าแปลกนะครับ ทั้ง ๆ ที่มันเป็นแค่เกม แต่ก็มีคนไปจริงจังกับมัน และมันก็ย่ิงน่าสนใจขึ้นไปอีกว่า คนที่กลัวการแพ้ มักจะไม่ใช่คนที่ชนะ ผมว่ามันอาจเป็นเพราะ การกลัวแพ้จะทำให้เราไม่กล้าคิดอะไรใหม่ ๆ ไม่กล้าลงมือทำ และทำให้เราสูญเสีย Creativity ไป

ความคิดว่ากลัวความผิดพลาด กลัวการโดนตำหนิ กลัวการไม่เป็นที่ยอมรับของคนอื่น นี่มันน่าสนใจนะครับ

นักเล่นบอร์ดเกมเก่ง ๆ ฝีมือดี ๆ ที่ผมรู้จัก ล้วนแต่ไม่กลัวการแพ้ ไม่กลัวการลองคิด ไม่กลัวที่จะลองทำอะไรใหม่ ๆ พวกเขาไม่ได้เล่นแค่เพราะอยากจะชนะ แต่เขาเล่นเพราะอยากใช้ฝีมือให้เต็มที่  และที่น่าสนใจคือในชีวิตประจำวัน พวกเขาก็ประสบความสำเร็จ เป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ และหลาย ๆ คนเป็นผู้นำในวงการอาชีพของตัวเอง

อันนี้ผมก็ไม่ทราบนะครับว่ามันเป็นเพราะพวกเขาเป็นคนมีทัศนคติดีๆ อยู่แล้ว ทำให้พอมาเล่นบอร์ดเกม เลยเล่นออกมาได้ดี หรือ การเล่นบอร์ดเกมต่างหากที่พัฒนาตัวเขา … แต่จากการได้ลองคุยกับพี่ๆ เหล่านี้บางท่าน ก็ล้วนแต่บอกว่าเขาใช้บอร์ดเกมพัฒนาตัวเองครับ!

ได้คิด จน คิดได้ ตอนที่ 1: บอร์ดเกม คืออะไร?

“บางที เราควรหยุดคิด เพื่อมาคิดว่า ตอนนี้เราควรจะคิดอะไร”

ผมว่า บางทีเราก็ต้องหยุดคิดบ้างนะ เพื่อหันมาทบทวนดูว่า ตอนนี้เราควรคิดอะไรกันแน่ หลาย ๆ ครั้งผมเจอว่า สิ่งที่เราควรคิดไม่ใช่สิ่งที่เรากำลังคิด ประโยคนี้มันผุดขึ้นมาในหัวผม ตอนที่ผมกำลังนั่งเล่นบอร์ดเกมที่ชื่อว่า Caylus ครับ (http://boardgamegeek.com/boardgame/18602/caylus) แต่ว่า Caylus คืออะไร … Caylus คือหนึ่งในบอร์ดเกมยุคใหม่ ถ้าให้เทียบก็เหมือนกับเกมเศรษฐีที่เราคุ้น ๆ กันน่ะครับ แต่มันพัฒนาไปไกลกว่ามากครับ

บอร์ดเกมยุคใหม่คืออะไร?

บอร์ดเกมยุคใหม่เป็นที่นิยมในยุโรปครับ โดยเฉพาะในประเทศเยอรมัน จนมีคำเรียกบอร์ดเกมประเภทนี้ว่า German-style Board Game เกมเหล่านี้จะไม่มีผู้เล่นถูกกำจัดออกจากเกม ไม่มีใครต้องนั่งเบื่อรอเกมจบ เป็นเกมที่ต้องใช้ทักษะการวางแผนมากกว่าใช้ดวง ที่สำคัญคือจะเล่นให้ฮาหรือจริงจังก็ได้ในเวลาเดียวกัน! คุณ “สฤณี อาชวานันทกุล” เคยเขียนบทความเกี่ยวกับบอร์ดเกมยุคใหม่ไว้ครับ ชื่อว่า “ลาก่อนเกมเศรษฐี” ลงนิตยสารสารคดี http://www.sarakadee.com/2011/09/29/goodbye-monopoly/ คุณสฤณี ได้สรุปข้อดีของบอร์ดเกมไว้อย่างเข้าใจง่ายและเห็นภาพมาก ๆ ผมถือว่าเป็นบทความที่ดีที่สุดบทความหนึ่งของไทยเกี่ยวกับบอร์ดเกมเลย ผมคงไม่มีปัญญาไปบรรรยายได้เทียบเท่าคุณสฤณีหรอกครับ ดังนั้น เชิญเข้าไปอ่านเลยครับผม 😀

ผมมาเจอกับบอร์ดเกมนี้ได้อย่างไร?

ผมชอบเล่นหมากกระดานมาตั้งแต่เด็ก ๆ ครับ โดยเฉพาะหมากรุก ตอน ม.ปลาย ผมกับเพื่อน ๆ ชอบรวมตัวกันออกไปเล่นหมากรุกตามที่ต่าง ๆ ต่อมาผมได้ไปทำงานประจำที่ต่างประเทศและได้ไปเจอกับบอร์ดเกมครับ จากนั้นมาผมก็หลงใหลเกมพวกนี้ และพยายามแนะนำให้คนรอบตัวได้เล่น ซึ่งก็ติดกันงอมแงมไปหลายคน และด้วยความบ้าคลั่งเล่นบอร์ดเกมของผม ผมก็ได้ไปลงแข่งขันบอร์ดเกมชิงแชมป์ประเทศไทย เกมชื่อว่า “The Settlers of Catan” และโชคดีได้เป็นแชมป์ประเทศไทยคนแรก และกำลังจะไปชิงแชมป์โลกในเดือนตุลาคม 2557 นี้ครับ เล่าเรื่องตัวเองทำไม ก็เพียงแต่อยากให้เราได้รู้จักกันนิดหน่อย ก่อนที่เราจะคุยกันน่ะครับ … พอดีกว่า เขียนเรื่องตัวเองแล้วมันเขิน

ความแปลกของบอร์ดเกม

มันน่าแปลกนะครับ ที่เราเล่นบอร์ดเกมเพื่อความสนุกผ่อนคลาย แต่ว่า หลังจากที่เล่นไป ผมสังเกตได้อย่างนึงว่า เราได้ข้อคิดจากมันนะ มันเป็นข้อคิดที่ไม่ได้มีใครยัดเยียดให้เราคิดหรือแนะนำว่าต้องคิด แต่มันผุดขึ้นมาเอง เพื่อนรักผมคนหนึ่งบอกกับผมว่า “เราเข้าใจตัวเองแล้วนะ ว่าที่ผ่านมาเราไม่เคยกล้าตั้งเป้าหมายให้กับชีวิตเลย ถึงจะตั้งใจทำอะไรลงไป มันก็ไม่เกิดประโยชน์สูงสุด” ในขณะที่อีกคนก็บอกผมว่า “เราเพิ่งเข้าใจตัวเองนะ ว่าเราเป็นคนกลัวการทำเป้าหมายไม่สำเร็จ ที่ผ่านมาเราเลยตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ที่เราคิดว่าจะทำได้เท่านั้น” เพื่อนทั้งสองคนนี้เล่าให้ผมฟัง หลังจากที่เขาได้ลองเล่นเกม Ticket to Ride ครับ สำหรับผม บอร์ดเกมที่ดี มันจะจำลองการใช้ชีวิตให้เราครับ ให้เราได้ลองผิดลองถูกอะไรบางอย่างในช่วงเวลาสั้น ๆ เราต้องตัดใจแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นมาระหว่างเกม ซึ่งการจำลองสถานะการณ์นี้เอง มันทำให้เราได้คิดครับ มันทำให้เราได้ลองผิดลองถูก ได้เห็นผลลัพธ์ และได้เรียนรู้ มันช่วยให้เราประหยัดเวลาไม่ต้องไปลองผิดลองถูกในชีวิตจริง แต่ก็นั่นล่ะครับ เกมมันไม่ได้สอนเรา เราต้องสอนตัวเอง

แนะนำบอร์ดเกม

สำหรับท่านที่ไม่รู้จักบอร์ดเกมเลย ผมขออนุญาตแนะนำเกมให้รู้จักซักเกมหนึ่งนะครับ จะได้เห็นไอเดียว่าบอร์ดเกมมันพัฒนาไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ไม่ได้ไก่กาอาราเล่ เกมที่ขอแนะนำในตอนนี้คือเกม “Camel Up!” เป็นเกมที่พึ่งได้รางวัลเกมยอดเยี่ยมแห่งปี 2014 ครับ … เล่นง่าย สนุก ฮา หัวเราะเสียงดัง แต่ถ้าจะคิดให้ลึก ก็ลึกได้ชนิดว่านั่งเงียบกุมขมับครับ

เป็นบทความที่ผมเคยเขียนลง http://afterword.co/blog/ ครับ

Game Theory ในการเล่นบอร์ดเกม

10363847_1009431989086310_3197580722242552842_n

Game Theory เป็นคอนเซปที่โด่งดังที่ทุกคนคงรู้จักนะครับ บอร์ดเกมที่พวกเราเล่นๆกัน ก็มันจะมีหลักการของ Game Theory แทรกอยู่เสมอๆ ทำให้ผู้เล่นให้สับสนเล่นว่าควรจะตัดสินใจวางแผนยังไงดี ที่เราจะเจอบ่อยคือ Prisoner’s dilemma ครับ

เช่นในเกม Carcassonne ที่เวลาเรากับเพื่อนกำลังร่วมกันสร้าง City ถ้า 2 คนช่วยกันจั่วและก็แบ่งๆแต้มกันไป แต่ถ้าเราวาง Meeple เพิ่มเพื่อเอา Majority โดยกะจะเอาแต้มคนเดียว (Take All) ซึ่งก็มีความเสี่ยงว่า เพื่อนจะไม่ช่วยเรา เราต้องลุ้นจั่ว tile คนเดียว แถมอาจจะเพื่อนโดนกันจนปิดเมืองไม่ลง และ ตัว Meeple เราจะไม่ได้กลับขึ้นมือ ซื่งถือว่าสาหัสมาก ดังนั้น การตัดสินใจที่ฉลาดอาจจะเป็นร่วมมือกัน (แต่ก็นั่นหล่ะครับ หลายๆครั้งกระทั่งตัวผมเองก็เลือกที่จะ Take All แล้วก็เจ๊งไป)

หรือกรณีที่สนุกมากคือการร่วมมือและหักหลังกันครับ เช่นในเวลาเล่นเกม 3 คน ปรกติถ้า 3 คนฝีมือพอๆกัน โอกาสชนะของแต่ละคนก็ 1/3 แต่ถ้ามีสองคนจับมือกันรุมอีกคน (ในคาทานเจอผมโดนบ่อย 555) โอกาสชนะของคนที่จับมือกันจะเพิ่มเป็น ½ ซึ่งถือว่าเยอะทีเดียว แล้ว2คนนี้ค่อยมาไฟวท์กันทีหลัง แต่ทีนี้ ถ้ามีคนนึงหักหลังเพื่อน คนที่หักหลัง จะมีโอกาสชนะเพิ่มขึ้นมากกว่า ½ ในทันที แต่ทีนี้ ถ้าทั้ง 2 คน หักหลังกันเอง จะกลายเป็นว่าอาจจะแพ้ทั้ง 2 คน แล้วคนที่ 3 ที่ตอนแรกจะโดนรุมกลายเป็นได้เปรียบขึ้นมาจนอาจจะชนะได้ ทีนี้เราจะเล่นยังไงดี สุดท้ายทุกคนก็เลยอาจเลือกที่จะเล่นต่างคนต่างเล่น เพราะการร่วมมือกัน มันไม่ได้การันตีว่าเราจะชนะ

แต่ก็นั่นหล่ะครับ การจับมือกัน และ การหักหลังกัน ก็ยังเกิดตลอดเวลาในการเล่นบอร์ดเกม (เล่น Caylus นี่เจอตลอด วัดใจกันมากว่าจะโดนหักหลังมั้ย) แต่ปรกติแล้ว การจับมือกันนี่ก็มันจะเกิดตอนมีคนนึงเริ่มทิ้งห่าง แล้วที่เหลือต้องร่วมมือกันเพื่อตามให้ทัน

นี่ก็คร่าวๆนะครับ เล่นบอร์ดเกมมันดีตรงนี้หล่ะครับ ที่เราจะได้ศึกษาหลักจิตวิทยาไปได้โดยไม่รู้ตัว 😀

จั่วการ์ดให้ชีวิตบ้าง [ข้อคิดจากบอร์ดเกม]

pexels-photo-262333.jpeg

วันก่อน น้องที่ผมเคารพท่านนึงได้มาปรึกษาเรื่องอนาคตส่วนตัว คือ น้องเค้าชอบเล่นคาทาน ผมก็เล่าไปว่า ตัวผมเองเนี่ยมีสันดานส่วนตัวอย่างนึงคือ ชอบมองอะไรเป็นเกม เป็นหมากรุกบ้าง เป็นคาทานบ้าง

คือผมชอบคิดว่า ปัญหาของเราเนี่ย ถ้าเปรียบเป็นเกมเราจะทำยังไง

ผมก็บอกน้องไปว่า … ปัญหานี้เหมือนกับว่าเราเล่นคาทานอยู่แล้วลังเลว่าจะจั่วการ์ดดี หรือ สร้าง city ดี

คือมันต้องอ่านให้ขาดว่า จริงๆแล้วตอนนี้เกมของเรา เราต้องการอะไร ต้องเสริมอะไร

ถ้าจั่วการ์ดเนี่ย เราก็ไม่รู้ว่าจะได้ไพ่อะไร ไพ่อาจไม่เข้ามือ แต่ที่แน่ๆ คือ เราจะเล่นเกมได้อย่างมี flexibility มากขึ้น

พวกเรานักเล่นเกมคงรู้ดีว่า ถ้าเล่นคาทานแล้วเราไม่มีไพ่ แต่เพื่อนมีไพ่อมไว้คนละ 1-2 ใบเนี่ย ชีวิตมันอึดอัดมาก การลงทุนในการ์ดบ้างก็ไม่ได้เป็นแย่อะไร

แล้วน้องก็กลับไปคิด

ต่อมาน้องก็เดินมาบอกว่า … ผมคิดอะไรได้ละ ผมว่า ชีวิตผม ผมจั่วการ์ดน้อยไป ผมว่าจะผมลองจั่วการ์ดให้ชีวิตดูบ้างละพี่

แล้วน้องเค้าก็ตัดสินใจได้

ชีวิตมันก็เหมือนเกมครับ บางทีเกมมันก็ให้ข้อคิดได้จริงๆนะ อันนี้ผมนั่งยันนอนยันเลย

จะว่าไปผมนี่ก็บ้าเกมคาทานนะ เอามาเป็นข้อคิดได้ซะงั้น