Page 3 of 3

Lord of the Rings (Board Game) … พระบิดาแห่งเกม Co-Op

ทุกวันนี้เกมแนว Co-Op พบเห็นได้ทั่วไป แต่เกมที่ถือได้ว่าจุดกระแสแนวเกม Co-Op ให้เป็นที่นิยมคือ เกม Lord of the Rings ที่ออกแบบโดย Reiner Knizia เกมนี้ได้ Spiel des Jahres รางวัลพิเศษ best use of literature in a game ปี 2004 เลยนะ

เกมนี้จะเรียกว่า พระบิดาแห่งเกม Co-Op ก็ได้ เพราะ เกมนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเกม Pandemic หรือ Shadow Over Camelot ที่โด่งดังในยุคถัดมา

กติกาคร่าว ๆ ทีมเราจะเล่นเป็น Hobbit ช่วยกันเอาแหวนไปทิ้ง ขณะเดียวกันก็จะมีเซารอนมาไล่จับเรา ฉากต่าง ๆ ในเกมจะเหมือนในนิยาย ทีมชนะเมื่อทิ้งแหวนได้ ทีมแพ้ถ้าโดนเซารอนจับหมด

เกมนี้ mechanic เด่นมากตามสไตล์ Renier โดยเฉพาะ Track เซารอนไล่จับ Hobbit นี่ Signature มาก หาไม่ได้ในเกมอื่น … ผมกางเกมนี้บ่อยมาก ช่วงออกแบบเกม Mind Palace เพื่อศึกษากลไก

แต่จุดที่เด่นที่สุดของเกมนี้ในสายผมคือ Feeling

คือเล่นแล้วได้อารมณ์ Hobbit ออกเดินทางมาก ไม่รู้ออกแบบได้ไง แบบว่าได้ฟีลเดินทาง ค่อย ๆ เดิน วิ่งหนีเซารอน ไต่เขาไปทิ้งแหวน คืออารมณ์มันได้จริง ๆ

แล้วที่เด็ดสุดคือ เกมนี้มันจะมีโมเมนท์ฮีโร่ที่สละชีวิตเพื่อทีม ที่หาไม่ได้ในเกมอื่น ประมาณว่า

“ไปเลยเพื่อน เราคงมาไกลสุดได้เท่านี้ ขอให้นายไปทิ้งแหวนให้สำเร็จ เพื่อมิดเดิ้ลเอิร์ธของเรา” ว่าแล้วก็หันหลังไปให้เซารอนแดกตาย

เป็นอารมณ์ที่เท่ห์มาก เกม Co-Op ที่มีจังหวะให้ผู้เล่นยอมตายเพื่อให้ทีมไปต่อ ซึ่งมันเป็นฟีลของหนังสือจริง ๆ

ว่าง ๆ ก็ลองไปหาเล่นกันได้ แต่บ้านเราเกมนี้ไม่ค่อยดัง อาจจะร้านเกมเล่นยากหน่อย เพราะเกมเก่าแล้ว แต่เกมสนุกมาก เชียร์ให้เล่นเลย

ระบบเกมอาจจะเก่าไปซักนิด แต่ต้องเข้าใจว่านี่คือเกมแรก นี่คือพระบิดาแห่ง Co-Op!

King of Siam

เป็นอีกเกมนึงที่ผมเปิดประมูลช่วย COVID-19 ไป
ซึ่งเกมนี้เป็นเกมที่พอผมรู้จักปุ๊ป ก็ตั้งเป้าว่าจะต้องหาซื้อมาให้ได้

แล้วพอเล่นก็ยิ่งชอบ ไม่ได้ชอบกลไกเกมนะ แต่ชอบการเล่าเรื่องของเกม
ก็ไม่ใช่เกมที่เล่าได้ดีที่สุด แต่เป็นเกมแรกที่ทำให้ผมได้เข้าใจเรื่องการเล่าเรื่องผ่านเกม …

คืองี้ ที่มาของเกมนี้คือ มีฝรั่งคนนึงมาทำงานในไทย แล้วสงสัยว่าทำไมไทยถึงไม่เสียเอกราชให้ตะวันตก เค้าเลยพยายามทำเกมจำลองสถานการณ์ตอนนั้นขึ้นมา

ให้ผู้เล่นเป็นคนไทย ที่จะพยายามตีกันเองแย่งดินแดน แต่ถ้าไม่มีคนชนะก็จะเสียดินแดนให้อังกฤษ เสียดินแดนมากๆเข้าก็โดนยึดประเทศ … อารมณ์ก็ ตีกันไปแต่ไม่ให้เสียเอกราช

ถามว่าสนุกมั้ย ก็สนุกดี แต่ไม่สุด …
ประมาณว่าไพ่จำกัด ทำให้เล่นแล้วผลัดแพ้ผลัดชนะ ตามดินแดนต่างๆ

จนผมได้มาค้นเจอแนวคิดตอนออกแบบ

คืองี้ ฝรั่งคนนี้จากการศึกษาของเค้า เค้าได้ข้อสรุปส่วนตัวว่า ที่คนไทยรอดมาได้นี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนิสัยของคนไทย โดยเฉพาะคำว่า “ไม่เป็นไร” นี่คือแก่นของแนวคิดคนไทย ที่ทำให้ยอมเสียดินแดนบ้างก็ได้ “ไม่เป็นไร”

แต่ฝรั่งไม่รู้จักคำว่า “ไม่เป็นไร”

เขาเลยพยายามทำเกมที่จะสอนฝรั่งเรื่องคำว่า “ไม่เป็นไร” ทำอย่างไรให้คนเล่นรู้สึกว่า ชนะหมดไม่ได้หรอก ต้องมีแพ้บ้าง “มันไม่เป็นไร”

คือมันว้าวมาก … คือแบบว่าพอได้เข้าใจการออกแบบเกมทั้งหมดของเค้า และ เข้าใจเรื่องที่เขาอยากจะสื่อแล้ว พบว่า เกมมันโอเค เมกเซ้นต์มากขึ้นเลย

ก็เลยชอบเกมนี้เป็นพิเศษ เพราะมันให้ผมเริ่มเข้าใจว่า จริงแล้วเกมมันเล่าเรื่องได้ มันเล่าได้มากว่าแค่สถานการณ์ แต่เล่าได้ถึงแนวคิด

เกมนี้ผมรักมาก 

Barbarossa

ออกแบบโดยลุง Klaus Teuber ผู้ออกแบบเกมคาทาน เกมนี้ออกแบบก่อนคาทานซะอีก แถมได้ได้ SDJปี 1988ด้วย

Barbarossa เป็นภาษาอิตาลี แปลว่า หนวดแดง (red beard)

เกมนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือนิยายแฟนตาซีไตรภาค Die Schule der Rätselmeister (School of the Riddle Masters) เนื้อเรื่องเกี่ยวกับพ่อมด ที่สร้างปริศนาและแข่งกันทายเป็นทัวนาเมนท์

จากบทสำภาษณ์ ลุง Klaus Teuber บอกว่า ตอนอ่านหนังสือจบ ลุงแกเสียใจมาก เพราะเหมือนกับเพื่อนสนิทคนนึงได้จากไป ลุงแกเลยคิดอยากจะหาวิธีที่จะให้หนังสือนั้นอยู่กับเราได้นานขึ้น ซึ่งสิ่งที่ลุงทำคือ สร้างเกมเกี่ยวกับหนังสือขึ้นมานั่นเอง

อ่านบทสำภาษณ์ของลุงเต็มๆกัน

“As you know there are moments when you close a book really sad that it’s over. After finishing the last page, you often feel like you’ve lost a friend — to be somewhat melodramatic. So I was looking for a way to keep the book alive a little longer. Creating a game seemed the perfect solution. In this game, I was looking for a way to make riddles, to experiment with shapes and to let the players express their own creativity with clay.”

ในเกม เราจะเป็นพ่อมด แต่ละคนต้องปั้นดินน้ำมันขึ้นมาให้เพื่อนทาย ว่าเราปั้นรูปอะไร

ในตาเรา เราต้องทอยเต๋าเพื่อเดินไปยังช่องต่างๆ แต่ละช่องก็จะมี action ต่างกัน เช่น ถามตัวอักษรที่อยู่ในชื่อของดินน้ำมันเพื่อน หรือ ถามคุณลักษณะของสิ่งนั้น้ (yes/no question) แล้วก็ทาย

ถ้าทายถูก ให้เอาธนูไปปักไว้ที่ดินน้ำมันนั้น แล้วก็ได้แต้ม

ความเด็ดคือ นอกจากเราจะต้องแข่งกันทายของเพื่อนแล้ว เมื่อจบเกมให้มาดูธนูที่ปักบนดินน้ำมันเรา

ถ้าถูกปักเยอะ แปลว่าปั้นง่ายไป โดยลบแต้ม
ถ้าถูกปักน้อย แปลว่าปั้นยากไป ก็โดยลบแต้ม

เราต้องปั้นให้ยากกำลังดี ….

เหมือนจะเป็นเกมเด็ก แต่เนื่องจากเกมนี้จะเน้นที่การตัด choice เลยทำให้ผู้ใหญ่ก็สนุกกับการทายได้ เพราะทายถูกก่อนได้แต้มเยอะกว่า

อีกอย่าง ในกล่องที่ผมเอามาประมูลสู้ COVID-19 นี้เป็นเกมเยอรมัน Original … ดินน้ำมันเดิมยังเก็บไว้อยู่เลย แบบว่าแข็งโป้ก

เหมาะสำหรับนักสะสมครับ

ปล. รูปจากวิกิครับ เกมที่ผมมี ตั้งแต่ซื้อมาลูบอย่างเดียว ยังไม่หยิบมาเล่น