Lost Cities Card Game

หนึ่งในเกมเล่น 2 คนที่สนุกมากกก เหมาะสำหรับไว้เล่นตบตีกับแฟน ธีม เรากำลังออกไปสำรวจดินแดนลึกลับ มี 5 เมืองให้ค้นหา ยิ่งเราเดินทางได้ลึกจะยิ่งได้แต้มเยอะแต่ธีมมันไม่เข้ากับ Mechanic เท่าไหร่ ลืมๆไปก็ได้ 5555 เกมนี้เด็ดตรง กติกาเรียบง่ายครับอยากบอกว่าเวลาเล่นได้ได้อารมณ์เหมือนเล่นดัมมี่ เกมนี้เล่นเร็ว จบใน 15 นาทีแต่ดันความพีคและตึงได้ในเวลาอันรวดเร็ว ไม่ต้องรอนาน . ก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่อยากแนะนำให้เล่น ถ้าอยากหาเกมเล่น 2 คนเหมาะสำหรับเป็น Filler เกมเล่นฆ่าเวลารอเกมใหญ่ หรือ เล่นกับแฟนก่อนนอน ตบตีสร้างบรรยากาศกันก่อนปิดไฟ ผมเคยเล่นเกมนี้กับเซียนดัมมี่ เจอเค้าจั่วเค้าฝาก สุดท้ายทำแต้มกระฉูดแบบว่างงไปเลย (หรือว่าผมอ่อนเอง) ก็เป็นอีกเกมที่นักออกแบบเกมควรศึกษาไว้ครับ ในความเรียบง่ายของกติกาและสามารถเล่นได้ลึกในระดับที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับขนาดเกม . กติกาเกมคร่าวๆ จั่วไพ่ขึ้นมือ คนละ 8 ใบ ไพ่มี 5 สี แต่ละสีมีเลขตั้งแต่ 2-10 และ ไพ่รูปจับมือ การเล่นมี 2 ขั้นตอนหลักๆ Step1 วางไพ่Continue reading “Lost Cities Card Game”

Peacock in the land of penguins

เล่ม 8/2564ก็หนังสือแนว Management ที่แต่งเป็นนิทานเหมือน Who Move My Cheese เนื้อเรื่องว่าด้วย เกาะของนกเพนกวิ้น พบว่า เกาะตัวเองไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ไม่มีความแตกต่างเลยชวนนกยูงมาอยู่ด้วย เพื่อสร้างความแตกต่าง สร้างสิ่งใหม่ๆ นวัตกรรม และเพนกวิ้นก็ประกาศว่า “We value diversity” แต่เนื่องจากนกยูงมีสีสันเกินไป เพนกวิ้นเก่าๆรับไม่ได้ เลยสั่งให้นกยูงมาใส่สูทสีดำเหมือนตัวเองและไม่ว่านกยูงจะพยายามเท่าไหร่ เหล่าเพนกวิ้นก็รับไม่ค่อยได้ เหตุผลคือ สิ่งที่นกยูงทำ มันมีความเป็นเพนกวิ้นน้อยไป และสุดท้ายนกยูงก็ถูกไล่ออกจากเกาะ ด้วยเหตุผลที่นกเพนกวิ้นชวนมาอยู่ตอนแรกคือสร้างสรรค์เกินไป กล้าเกินไป และ มีความเป็นเพนกวิ้นน้อยไป ซึ่งเพนกวิ้นก็ยังคงประกาศว่า “We value diversity” . ก็เป็นหนังสือว่าด้วยการสร้าง Culture องค์กร การเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เข้ากับสิ่งใหม่ สิ่งที่ผมได้จากเล่มนี้คือ ปัญหาที่หนังสือเล่มนี้เสนอคือ ไม่ใช้เน้นว่า จะให้นกยูงปรับตัวยังไง แต่เป็นเพนกวิ้นต่างหากที่ต้องปรับตัว แต่องค์กรต่างๆ มักจะโทษนกยูง ลืมที่โทษตัวเพนกวินเอง วัฒนธรรมที่จะทำให้องค์กรสำเร็จคือ Accptance and Trust ยอมรับและเชื่อมั่นในกันและกัน ปล่อยให้มีการแชร์ความรู้ความสามารถหว่างกันContinue reading “Peacock in the land of penguins”

บอร์ดเกม แชมป์ 2 สถาบัน

ในวงการบอร์ดเกมนอกจากรางวัล Spiel Des Jahres (SDJ) ที่ถือว่าเป็นรางวัลใหญ่ระดับออสก้าร์ของวงการบอร์ดเกมแล้ว ยังมีอีกรางวัลใหญ่นึงชื่อว่า Deutscher Spielepreis (DSP) ความแตกต่างหลักๆของสองรางวัลนี้คือ SDJ จะมีแนวโน้มให้รางวัลกับเกมแนว Family ที่เข้าถึงผู้เล่นหลากหลาย ในขณะที่ DSP จะเน้นให้รางวัลกับ Gamers’ Game ซึ่งเน้นเกมที่มีความยาก ระบบเกมสร้างสรรค์ ตัวอย่างเกมที่เคยชนะ DSP ก็เช่น Agricola, Terra Mystica, Russian Railroads . มันเลยเป็นการยากมากที่ในปีนึง จะมีเกมใดสามารถชนะทั้ง 2 สถาบันได้ในปีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคหลังๆที่ SDJ แตกรางวัลออกเป็นย่อยๆ ทำให้รางวัลสูงสุดเน้นความเป็น Family มากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีเพียง 6 เกมคือ Catan – เกมนี้ไม่ต้องพูดถึง อมตะไปแล้ว หนึ่งในสุดยอดเกมแนวเจรจา El Grande – พระบิดาแห่งเกมแนวContinue reading “บอร์ดเกม แชมป์ 2 สถาบัน”

5 หนังสือน่าอ่านประกอบการเล่นเกม Root

เกม Root กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งหลังจากที่กำลังจะได้มีการแปลไทยโดย The Stronghold SIAM : Gateway to Board Games ซึ่งเกมนี้ผมชอบเป็นพิเศษตรงธีม ที่สะกัดเอาแก่นของเรื่องราวบางอย่างมาเล่าได้อย่างกำลังดี ไม่รู้สึกยัดเยียด คือจะเล่นเอาสนุก หรือ เอาธีมมาคุยถกเถียงกันต่อก็ได้ สำหรับท่านที่ยังไม่ค่อยรู้จักเกมนี้ ธีมหลักๆของเกมก็ ว่าด้วยสงครามแย่งชิงดินแดนของหมู่สัตว์ ที่มีแมวเป็นผู้ปกครองคนปัจจุบัน นกซึ่งเป็นราชวงศ์เก่าพยายามจะยึดอำนาจคืน มีสัตว์ป่าชาวบ้าน และ มีภาคเสริมที่เพิ่มกิ่งก่าเจ้าลัทธิ หรือ ตัวนากพ่อค้า . พอเกมนี้จะได้แปลไทย ก็มีน้องๆบางคนมาชวนคุยเกี่ยวกับเกมนี้ ในธีมการเมือง ซึ่งมันเข้ากับบ้านเราพอดี ก็ทำให้ผมหยุดคิดถึงมันไม่ได้ และ คิดว่า ถ้าใครอยากจะศึกษาต่อ ควรอ่านหนังสืออะไรดี ในมุมมองของผมนะครับ ขุนศึก ศักดินา พญาอินทรีย์คงไม่มีเล่มไหนเหมาะเท่าเล่มนี้แล้วในยุคนี้ สำหรับการต่อสู้กันของขั้วอำนาจ สิ่งเดียวที่แตกต่างกันของ หนังสือเล่มนี้ต่างจากเกม Root ตรงที่ Root นั้นมีบทบาทของประชาชน Animal Farmเมื่อเหล่าสัตว์ยึดฟาร์มจากมนุษย์และปกครองตัวเอง หนังสือบางๆแต่ทำให้เห็นภาพการฉ้อฉล และ วิธีการควบคุมประชาชนของท่านผู้ทำ 1984ว่าด้วยสังคมที่ถูกปกครองด้วยความหวาดกลัว เพราะรู้สึกว่าถูกจับตามองตลอดเวลาจนไม่กล้าทำอะไรContinue reading “5 หนังสือน่าอ่านประกอบการเล่นเกม Root”

เส้นทางอัศวิน

เป็นหนังเสือเกม แบบที่เราเคยเล่นตอนเด็กๆ ที่ต้องตัดสินใจ และ เปิดไปยังหน้าต่างๆ เพื่อดูผลลัพท์การตัดสินใจ ธีมคือเราเป็นอัศวินฝึกหัด ออกเดินทางผจญภัย โดยรวมก็เป็นสำหรับเด็ก พล๊อตสนุก แต่ไม่ได้ใช้ความคิดมาก ดีที่มี puzzle แทรกเป็นระยะๆ เลยพอให้สนุกขึ้น . เล่นไปรอบนึง แล้วเกิดไอเดียเอาไปเล่าเป็นนิทานให้ลูกฟัง (4 ขวบ) พบว่าเด็กๆสนุกมาก เพราะได้เลือกเนื้อเรื่องนิทานเอง ต่างจากนิทานปรกติที่เคยฟัง สิ่งที่เคยน่าเบื่อสำหรับผู้ใหญ่ เช่น การพลิกหนังสือไปมา พบว่าเด็กๆชอบมาก ลุ้นตามตื่นเต้น โอเค มีโกงๆบ้าง ให้เด็กเล่นได้ นี่เล่าจบไป 1 รอใช้เวลา 2  วัน นี่ลูกๆขอให้เล่ารอบ 2 … สบายละ ปล. เล่ม7 ……………………………………… FB: https://m.facebook.com/TrangCatan YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbA Blockdit: https://www.blockdit.com/pages/600d1f1c393e750cdef0bc86 ……………………………………….

ปีศาจ

เล่มที่ 6 นิยายอมตะของไทย เขียนเมื่อปี 2496หนังสือเก่าอายุร่วม 70 ปีแต่เนื้อหาไม่ได้เก่าเลย เนื้อหาว่าด้วย การเมือง ความเหลื่อมล้ำ คนยุคเก่าที่ไม่ยอมรับความคิดคนยุคใหม่ ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง และ เรียกเด็กเหล่านั้นว่า “ปีศาจ”ปีศาจของการเวลาได้เกิดขึ้นแล้ว ห้ามไม่ได้ แต่คนยุคเก่าทั้งหลายไม่ยอมรับมัน สำนวนและภาษาการเล่าจะดูโบราณ พล๊อตดูไม่หวือหวาเหมือนนิยายปัจจุบันแต่สารที่หนังสือส่งมันแรง และ กระแทกหน้ามาก จนทำให้อ่านจบแล้วหยุดคิดไม่ได้ . หนังสือจะเล่าถึงเหตุการณ์ความเหลื่อมล้ำ และ ทัศนคติในยุคนั้นอ่านแล้วจะบอกว่า น้ำตาไหล เพราะว่า ไม่เปลี่ยนแปลงเลย ปัญหาที่เคยเกิด ก็ยังคงอยู่ไม่รู้จะเรียกว่าคนเขียนท่านอัจฉริยะ หรือ ประเทศเราย่ำอยู่ที่เดิม …​ เศร้าสัสครับ สิ่งที่ตนเมื่อ 70 ปีก่อนเรียกร้อง ยังคงดังก้องอยู่ถึงปัจจุบันจริงๆ สังคมก็เปิดกว้างมากขึ้นนะ เสรีมากขึ้น แต่แก่นของปัญหาบางอย่างยังวนอยู่ที่เดิม ทำให้บอกไม่ถูก ว่าอ่านแล้วรู้สึกอะไรระหว่างการมีความหวัง หรือ ทำให้ท้อแท้ มีความหวังเพราะ ไม่มีใครหยุดปีศาจแห่งการเวลาได้ท้อแท้เพราะผ่านมานานมันก็ยังเหมือนเดิม . คำถามหลักที่ผมเกิดขึ้นกลายเป็นว่า สังคมเรามันมีการเป็นอยู่ และ สืบทอด สิ่งเหล่านี้มาได้อย่างไร .Continue reading “ปีศาจ”

Princes of Florence

Princes of Florence อีกหนึ่งใน เกม Classic Euro Board Game ที่ดีย์ และ อยากให้ลองเล่นกันครับจำได้ว่าตอนที่ผมได้ฟังกฏครั้งแรก ก็รู้สึกว้าวเลย และ พอได้เล่นก็ยิ่งชอบ เกมนี้เป็นไม่กี่เกมที่ ผมยังบรรยากาศครั้งแรกที่เล่นได้อยู่เลย แบบว่ามันถูกจริตมาก . ธีมเกม เราเป็นเจ้าชายแห่งเมือง Florence ครับ เมืองแห่งศิลปะวิทยาการ เป้าหมายของเราคือ สร้างเมืองของเราให้สวยงามที่สุด และ โดนใจ ศิลปิน/ผู้รู้ต่างๆให้มาอยู่เมืองเรา เพื่อรังสรรค์ผลงานอันยิ่งใหญ่ โดยที่ยิ่งมีคนมาอยู่เยอะเราก็จะยิ่งได้แต้มเยอะ . กติกาคร่าวๆ เกมเล่น 7 รอบจบ แต่ละรอบมี 2 Phase เริ่มต้นมาแต่ละคนจะมีการ์ด Profession ที่จะเป็นศิลปิน นักปราชญ์ ที่เราต้องเชิญมาอยู่ในเมือง Phase ประมูล ง่ายๆ ตรงตัว ก็แข่งกันประมูลของ มีของ 7 อย่าง เช่น สระน้ำ แต่ละอย่างจะมีคนได้แค่คนเดียวContinue reading “Princes of Florence”

Tigris & Euphrates

เป็นอีกหนึ่งใน Classic Euro Board Game ที่ควรลองเล่นซักครั้งหนึ่งในชีวิตครับเล่นแล้วบอกได้เลยว่า เป็นเกมที่รู้สึกว่า ใกล้เคียงกับการเล่นหมากรุกมากที่สุด เพราะมันทั้งตึง ซับซ้อนหลายชั้น ตีกันวุ่นวาย แต่กติกาเรียบง่ายมาก ความเด็ดของเกมนี้คือการนับแต้มที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนเกมอื่น . ธีมเกมคือ มันเหมือนมีอาณาจักรเกิดขึ้นในลุ่มแม่น้ำ Tigris & Euphrates แต่ละเมืองก็มีความเจริญในสี่ด้าน เช่น กำลังรบ การค้า เป็นต้นแต่ละเมืองถือว่าไม่มีเจ้าของ เราต้องส่ง leader ของเราไปยึด ขยายเมือง ตีเมืองคนอื่น หรือกระทั่ง ก่อการปฏิวัติยึดอำนาจ แปลว่าเมืองต่างๆจะเปลี่ยนมือการปกครองไปได้เรื่อยๆซึ่งทั้งหมดนี้ ทำได้ง่ายๆด้วยการวางไทด์ ตาละ2 Action … เรียบง่ายมาก . กติกาคร่าวๆ ถึงตาเราก็ทำได้ 2 actions ซึ่งหลักๆก็มี วาง leader กับ วางไทด์ leader ของแต่ละคนมี 4 สี … อันนี้จะต่างจากเกมอื่นนะ ที่ปรกติแต่ละคนมีสีเป็นของตัวเอง แต่เกมนี้ทุกคนมีทุกสีContinue reading “Tigris & Euphrates”

To-date Thinking vs To-go Thinking

To-date Thinking คือการคิดที่มองว่า เราได้ทำอะไรสำเร็จมาแล้วบ้างจนถึงปัจจุบัน เช่น ตอนนี้ทำโปรเจคไปแล้ว 40%To-go Thinking คือการคิดว่า เหลืออีกเท่าไหร่ถึงจะบรรลุเป้าหมาย เช่น ตอนนี้เหลืออีก 60% กว่าจะเสร็จโปรเจค งานวิจัยบอกว่า มุมมองแบบ To-go Thinking จะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายได้ดีกว่า เพราะการคิดแบบแรกมันจะให้ความรู้สึกว่า เราประสบความสำเร็จบางส่วนแล้วเช่น ได้มีการทดลองว่า บอกนักศึกษาว่า เรียนจบไปแล้ว 48% กับ เหลือให้เรียนอีก 52% พบว่าแบบหลังนักศึกษาจะมีแรงจูงใจให้เรียนจนจบมากกว่า คือเค้าอธิบายว่า พอเรารู้สึกว่าได้สำเร็จอะไรบางอย่างมาระดับนึงแล้ว เราก็จะ balance ตัวเองด้วยการไปทำงานอื่นที่รู้สึกว่ายังไม่สำเร็จสุดท้ายก็อาจจะทำให้ไม่เสร็จอะไรซักอย่าง . ถ้าจะออกแบบเกม ก็แนะนำว่า ลองเปลี่ยนมุมมองไปบอกผู้เล่นว่าเหลืออีกเท่าไหร่ที่เค้าต้องทำ มันจะจูงใจกว่า บอกว่าเค้าสำเร็จมาแล้วเท่าไหร่น่าสนใจมาก. To-date Thinking มันดีตรงที่จะช่วยให้อุ่นใจ ให้สบายใจว่า ทุกวันนี้เราดีแล้ว [Being Good]แต่ To-go Thinking จะช่วยให้เราเดินต่อพัฒนาไปข้างหน้า [Getting Better] การคิดแบบ To-date ThinkingContinue reading “To-date Thinking vs To-go Thinking”

ย่อเพื่อกระโดด

วันก่อนเพิ่งค้นพบว่า ผมมีนิสัยอย่างนึงเวลาเล่นบอร์ดเกม คือ ยอมขาดทุน ยอมเสียเปรียบ ถ้าเราได้ Move ไปข้างหน้า หรือ ได้ยืนบน Position สำคัญบางอย่าง เช่น ในคาทาน ผมมักจะยอมเทรดขาดทุน เพื่อได้สร้างบ้าน ในจุดที่ตัวเองต้องการ คือแบบมีคนทักบ่อยว่าแลกเยอะๆแบบนี้จะคุ้มหรอ เพื่อบ้านหลังเดียว ฟังดูก็เป็นกลยุทธ์การเล่นเกมแบบมาตราฐานอ่ะนะ แต่นี้เป็นท่าหลักของผมเลย ใช้แทบทุกเกมที่ทำได้ เล่าทำไม คือเพิ่งมาสังเกตว่าผมใช้ท่านี้ในชีวิตจริงบ่อยมาก ถ้าเห็นว่าอะไรดี อะไรควรเอา ควรทำ ก็ยอมขาดทุนหรือลำบากเพื่อได้มา มีหลายคนทัก เช่น มันคุ้มหรอ ไม่เสียดายสิ่งที่ทำมาหรอ แต่ส่วนตัวรู้สึกว่า ถ้าไม่ยอมย่อ แล้วจะกระโดไปข้างหน้าได้ยังไง ที่น่าสนใจคือ ในชีวิตจริงมันตัดใจยากไง ว่าสิ่งที่ต้องเสียไปมันจะคุ้มมั้ย ชีวิตจริงเราไม่รู้อนาคตข้างหน้า เราคงต้องเชื่อมั่นใน Vision ของตัวเองว่าจุดที่กำลังไปมันสำคัญ มันคุ้มค่าเทรด ก็แปลกดีนะ ที่การเล่นเกมทำให้เข้าใจตัวเองได้มากขึ้น เลยอยากเล่าให้ฟัง เพราะตัวเองรู้สึก enlighten มาก เพื่อนๆมีท่าในเกม ที่ใช้ในชีวิตจริงบ้างมั้ยครับ 🙂 ……………………………………… FB: https://m.facebook.com/TrangCatan YouTube: https://youtube.com/channel/UCq2G7XyS9Q5dQXXrHPSLxbAContinue reading “ย่อเพื่อกระโดด”